
"โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี" ต้นแบบโรงไฟฟ้าแห่งความ “ยั่งยืน”
ท่ามกลางข้อสงสัยจากสังคมเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี กับแม่น้ำโขง นี่คือข้อเท็จจริงจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้หลังจากเราได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสอย่างเจาะลึกในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ
ท่ามกลางข้อสงสัยจากสังคมเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี กับแม่น้ำโขง นี่คือข้อเท็จจริงจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้หลังจากเราได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสอย่างเจาะลึกในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ
*******************************
พื้นที่แม่น้ำโขงตอนล่างช่วงแขวงไซยะบุรี ของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว กำลังจะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในด้าน "ความมั่นคงทางพลังงานของไทย" และ "ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน" แห่งภูมิภาคนี้
พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ของ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP บริษัทสัญชาติไทยในกลุ่ม บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือได้ว่าเป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกบนแม่น้ำโขงตอนล่างและส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแรกที่ได้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลุ่มน้ำแห่งนี้
"โพสต์ทูเดย์" มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสอย่างเจาะลึกในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ โดยปัจจุบันโรงไฟฟ้ามีความคืบหน้าในการก่อสร้างแล้วกว่า 99.3% และเริ่มต้นเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อย โดยมีกำหนดเสร็จสมบูรณ์100% ในช่วงปลายปี62
โรงไฟฟ้าแห่งนี้ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 7,600 ล้านหน่วยต่อปี โดย95%จะส่งขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อสนับสนุนความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอีก 5% ส่งให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว
นี่จึงเรียกได้ว่าเป็นหมุดหมายแรกในด้านของความมั่นคงทางพลังงานของไทย!
ขณะที่หมุดหมายที่สองที่ว่าด้วย "ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน" นั้น ยิ่งมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง....
โรงไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
จากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและทีมงานวิศวกร รวมทั้งที่ปรึกษาของ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ ที่มีแนวคิดในการสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจและความยั่งยืน ทำให้ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ไม่ได้เป็นเพียงโรงไฟฟ้าที่แสวงหาแต่ผลกำไรเป็นที่ตั้ง หากแต่มีแนวคิดในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดอย่างพลังน้ำ รวมทั้งทุ่มเทการลงทุนตั้งแต่การศึกษาไปจนถึงการออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี มีรูปแบบเป็น "ฝายน้ำล้น" (Run-of-River) ขนาดใหญ่ความยาว 820 เมตร พาดผ่านลำน้ำโขง การก่อสร้างเป็น "ฝายน้ำล้น" มีจุดเด่นคือไม่มีการกักเก็บน้ำเหมือนเขื่อน ฉะนั้นปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านระดับน้ำทั้งช่วงเหนือน้ำและท้ายน้ำ ส่งผลให้การเดินเรือและการใช้ชีวิตของผู้คนริมลำน้ำสามารถดำเนินไปได้ตามปกติ
ประโยชน์อีกด้านของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ก็คือ โครงสร้างของโรงไฟฟ้าช่วยให้เกิดการปรับระดับน้ำที่เหมาะสมในทุกช่วงฤดูกาล ส่งผลให้มีระดับน้ำสูงพอที่จะเดินเรือได้ตลอดทั้งปี จากเดิมในช่วงน้ำหลาก และฤดูแล้ง ระดับน้ำในแม่น้ำโขงช่วงนี้จะมีระดับที่แตกต่างกันมาก ซึ่งในฤดูแล้งลำน้ำบางช่วงจะแห้งจนเกิดแก่งหินทำให้เดินเรือไม่ได้
ลงทุนกว่า 19,000 ล้านเพื่อดูแลปลาแม่น้ำโขง
จุดเด่นสำคัญของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีก็คือ "ระบบทางปลาผ่าน" หรือ Fish Passage Facilities ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น "ระบบที่ดีที่สุดในโลก" ในปัจจุบันก็ว่าได้ เพราะเป็นการนำเอาจุดเด่นของเทคโนโลยีระบบทางปลาผ่านชั้นนำของโลกเอาไว้ด้วยกัน จนกลายเป็น "ระบบทางปลาผ่านแบบผสม" หรือ Multi-system Fish Passages ที่ช่วยให้ฝูงปลาที่ผ่านโรงไฟฟ้าแห่งนี้บอบช้ำน้อย ทั้งปลาที่ว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ ขยายพันธุ์ และปลาที่ว่ายตามน้ำลงมาเพื่อดำรงชีวิตในแม่น้ำโขง
ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 19,000 ล้านบาท สำหรับระบบทางปลาผ่าน และเพื่อสิ่งแวดล้อมอื่นๆ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ ได้เริ่มต้นออกแบบระบบทางปลาผ่านด้วยการระดม ทีมวิศวกรสิ่งแวดล้อม ผู้ชำนาญการด้านประมง รวมทั้งชาวประมงท้องถิ่นและทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านพฤติกรรมปลาในสาขาต่างๆ มาดำเนินการศึกษาเก็บข้อมูลจากพื้นที่จริงเป็นเวลาแรมปี จนเข้าใจพฤติกรรมของปลาและนำมาสู่การออกแบบระบบทางปลาผ่านแบบผสมที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด
"ธนสักก์ ภูมิชัยเวช" ผู้จัดการ แผนกวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม บริษัท ซีเค พาวเวอร์ กล่าว่า ในการออกแบบระบบทางปลาผ่านของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ได้มีการศึกษาหลายแบบเพื่อนำมาปรับปรุง ให้ปลาผ่านได้มากขึ้น เหมาะสมมากขึ้น ลดความบอบช้ำมากขึ้น
“ระบบนี้จะทำงานตลอดเวลาไม่มีการหยุด การออกแบบพยายามเลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด เช่น ท้องน้ำของทางปลาผ่านจะนำก้อนหินใหญ่ๆมาวางให้เหมือนธรรมชาติให้มากที่สุดเพื่อเป็นประโยชน์ให้ปลาเล็กได้หลบปลาใหญ่ รวมทั้งช่วยชะลอความเร็วน้ำ และทำให้ปลามีโอกาสได้พักเหนื่อยมากยิ่งขึ้น”
ทางปลาผ่านที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับปลาแม่น้ำโขง
ระบบทางปลาผ่านของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ถูกออกแบบให้มีช่องทางปลาเข้าหลายช่องตลอดแนวโครงสร้างของฝายทั้งในส่วนของปลาที่อพยพทวนน้ำและตามน้ำ
ในส่วนของช่องทางสำหรับรองรับปลา ที่อพยพทวนน้ำจะมีการปล่อยกระแสน้ำล่อเพื่อให้ปลาเข้าสู่ระบบทางปลาผ่าน เมื่อผ่านช่องทางเข้ามาแล้ว ปลาจะว่ายเข้าสู่อุโมงค์ปลา หรือ Fish Collecting Gallery ที่มีการควบคุมกระแสน้ำให้พอเหมาะสำหรับการว่ายทวนน้ำของปลารวมทั้งมีช่องแสงธรรมชาติจากด้านบน สร้างสภาวะแวดล้อมให้คล้ายกับแก่งหินใต้ลำน้ำ
จากนั้นปลาจะทยอยว่ายเข้าสู่ “บันไดปลา” หรือ Fish Ladder ที่มีความยาว 460 เมตร กว้าง 18 เมตร ออกแบบให้มีแอ่งน้ำ 48 แห่ง และมีช่องว่างระหว่างเส้นทางที่มีขนาดใหญ่-เล็กไม่เท่ากันเพื่อเอื้อต่อปลาทั้งขนาดเล็กและใหญ่ รวมทั้งส่งผลให้เกิดความแรงของกระแสน้ำต่างกันมีความใกล้เคียงกับธรรมชาติ นอกจากนี้ในท้องน้ำของทางปลาผ่านยังใช้หินธรรมชาติในการก่อสร้างเพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงกับท้องน้ำจริงๆมากที่สุด
ในจุดทางปลาผ่านนี้เอง เราจะสามารถมองเห็นฝูงปลาใหญ่-เล็กจำนวนมากที่กำลังว่ายทวนน้ำขึ้นไปตามเส้นทางได้อย่างชัดเจน
จากนั้นก็จะเข้าสู่จุดไฮไลต์อีกหนึ่งจุดของระบบนี้ คือ ช่องยกระดับปลา หรือ Fish Lock ที่เรียกง่ายๆก็คือทำหน้าที่เสมือนลิฟท์ที่ยกระดับปลาจากท้ายน้ำขึ้นมาด้านเหนือน้ำที่มีระดับน้ำแตกต่างกัน โดยจะมีการทำงานตลอดทั้งวันเพื่อรองรับการอพยพของปลา
เมื่อปลาเข้าสู่ช่องยกระดับปลา ระบบจะมีการยกระดับน้ำให้สูงขึ้นเพื่อให้เท่ากับระดับน้ำด้านบน ก่อนจะปล่อยปลาออกไปตามคลองส่งปลาด้านบนและออกสู่ลำน้ำต่อไป ซึ่งเทคโนโลยีช่องยกระดับปลาที่ยกระดับฝูงปลาขึ้นมาพร้อมกับระดับน้ำเช่นนี้จะทำให้ปลาถูกกระทบกระเทือนน้อยและมีโอกาสรอดชีวิตสูง
ขณะที่ช่องทางสำหรับปลาอพยพลงไปท้ายน้ำนั้น ก็จะมีช่องทางปลาเข้าหลายช่อง เพื่อนำปลาเข้าสู่ทางปลาผ่านลงไปท้ายน้ำ ที่มีจุดเด่นคือ บ่อพักปลา หรือ Resting Pool และช่องทางปล่อยปลาลงท้ายน้ำ ในลักษณะซิกแซกไปมา หรือ Zigzag Exit Chute ซึ่งตลอดเส้นทางจะมีการควบคุมกระแสน้ำให้พอเหมาะกับปลา เพื่อส่งปลาลงท้ายน้ำได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ได้รับความบอบช้ำ
นอกจากนี้กังหันน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าแห่งนี้ยังถูกออกแบบเป็นพิเศษให้มีความเป็นมิตรต่อปลา (Fish Friendly Turbine) มีจำนวนใบพัดน้อย และ ใบพัดมีลักษณะเป็นแกนหมุนแนวตั้ง มีรอบการหมุนช้า รวมทั้งมีช่องว่างระหว่างใบพัดกับผนังน้อยกว่ากังหันชนิดอื่นทำให้ปลาที่หลุดรอดเข้ามาในระบบกังหันผลิตไฟฟ้ามีโอกาสรอดชีวิตสูง
"ในปัจจุบันทางด้านเทคโนโลยีทางปลาผ่าน ยังไม่มีที่ใดนำ บันไดปลา กับ ช่องยกระดับปลา มารวมเข้าด้วยกัน แต่โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ได้นำ 2 จุดเด่นของสองระบบที่ดีที่สุดมาใช้ร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เรียกได้ว่าเป็นระบบทางปลาผ่านที่ทันสมัยมากที่สุดในโลก”ผู้จัดการ แผนกวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม บริษัท ซีเค พาวเวอร์ กล่าว
"ทางสัญจรเรือ"อีกหนึ่งไฮไลต์ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
นอกจากจากระบบทางปลาผ่านแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีก็คือ “ทางสัญจรเรือ” หรือ Navigation Lock ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่เรือที่สัญจรผ่านโครงสร้างของโรงไฟฟ้า โดยทางสัญจรเรือนี้มีลักษณะเป็นห้อง ที่ถูกกั้นด้วยประตูจำนวน 3 ชุด
เมื่อเรือเข้ามาสู่ช่องทางนี้ ก็จะมีการปรับระดับน้ำให้สูง-ต่ำตามทิศทางการเดินเรือไม่ว่าจะมาจากท้ายน้ำหรือเหนือน้ำ เพื่อให้ระดับน้ำเท่ากับปลายทางที่เรือจะเดินทางไป ก่อนจะมีการปล่อยเรือออกจากทางสัญจรเรือ
ในทางสัญจรเรือ ยังมีการออกแบบระบบกระแสน้ำล่อปลาเพื่อให้ปลาสามารถใช้เส้นทางนี้เป็นทางผ่านได้อีกด้วย รวมทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนตัวของฝูงปลาด้วยการใช้เรือที่ได้รับการดัดแปลงเพื่อใช้ในการผลักดันปลา ในทางสัญจรเรือจากท้ายน้ำไปยังต้นน้ำที่มีระดับน้ำสูงกว่า เพื่อให้ฝูงปลาเคลื่อนตัวไปได้เร็วยิ่งขึ้น
ปัจจุบันทางสัญจรเรือของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในโซนหลวงพระบางและไซยะบุรี โดยทุกวันจะมีเรือขนส่งสินค้า และเรือท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านเส้นทางนี้เข้าสู่ Navigation Lock ทุกวัน
นอกจากเรือขนาดใหญ่แล้ว โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรียังเตรียมรถสำหรับขนย้ายเรือขนาดเล็กที่ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรือของชาวบ้านรอบๆโรงไฟฟ้า ที่ต้องการเดินทางผ่านโครงสร้างของโรงไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกและย่นระยะเวลาการเดินทางให้กับชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย
"ประตูระบายตะกอน"เพื่อรักษาระบบนิเวศของแม่น้ำโขง
โครงสร้างของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีที่มีความยาว 820 เมตรทอดยาวข้ามลำน้ำโขงนั้น จะมีส่วนของโรงไฟฟ้าเพียงครึ่งเดียว ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งของโครงสร้างจะเป็นส่วนของประตูระบายน้ำ หรือ Spillway จำนวน 11 บานที่มีความสามารถในการระบายตะกอนขนาดต่างๆกัน
ประตูระบายน้ำของโรงไฟฟ้าจะแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ประตูระบายน้ำระดับผิวน้ำ จำนวน 7 บาน ที่เป็นทางผ่านสำหรับตะกอนขนาดเล็กที่ถูกพัดพามาพร้อมสายน้ำให้ไหลผ่านไปได้อย่างสะดวก ขณะที่อีก 4 บานเป็นประตูระบายน้ำระดับความลึกที่ท้องน้ำ เพื่อใช้ในการระบายน้ำไปพร้อมๆกับตะกอนขนาดใหญ่ที่จมอยู่ใต้น้ำให้สามารถผ่านไปได้ ส่งผลให้ตะกอนต่างๆไม่ว่าจะน้อยใหญ่สามารถระบายผ่านโรงไฟฟ้าแห่งนี้ไปได้อย่างสะดวกไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้านท้ายน้ำ
นี่คือตัวอย่างบางส่วนที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างโรงไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ เจ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่เรียกได้ว่าน่าจะเป็นต้นแบบของ "โรงไฟฟ้าแห่งความยั่งยืน" แห่งแรกและแห่งเดียวของบนแม่น้ำโขงในปัจจุบัน







