
มี-ไม่มีฟอง
ธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งสัญญาณชัดเจน ถึงภาวะการมีฟองในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และจำเป็นต้องแตะเบรกแต่มีคนมองต่างมุม นั่นคือ สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความเห็นว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่เกิดฟองสบู่
ธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งสัญญาณชัดเจน ถึงภาวะการมีฟองในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และจำเป็นต้องแตะเบรกแต่มีคนมองต่างมุม นั่นคือ สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความเห็นว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่เกิดฟองสบู่
เมื่อปี 2538-2540 มีอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้นประมาณปีละ 1.7 แสนหน่วย ขณะนั้นเศรษฐกิจมีขนาดประมาณ 4.5 ล้านล้านบาท ขณะที่ในปีนี้ อสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้น ประมาณปีละ 1 แสนหน่วย แต่มีขนาดเศรษฐกิจถึง 9.7 ล้านล้านบาท
ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในปี 2538-2540 มีกว่า 1,000 ราย ในปัจจุบันธนาคารเลือกปล่อยเงินกู้ให้เฉพาะรายที่มีความน่าเชื่อถือ มีทุนมั่นคงมากพอ ประมาณ 100 กว่ารายเท่านั้น จึงดูเป็นมืออาชีพเพียงพอ ไม่ใช่ขายข้าวผัด แล้วอยู่ๆ ก็มาสร้างบ้านจัดสรรขายได้ง่ายๆ
การขายปัจจุบัน ก็ดูได้ว่า ขายให้แก่ผู้ซื้อจริงเป็นส่วนใหญ่ ไม่น่าจะเก็งกำไรกันมากนัก เพราะคอนโดหลังหนึ่งๆ ก็ใช้เวลาขายประมาณ 56 เดือน ไม่ได้ประกาศปุ๊บ ก็ขายได้หมดเลยเหมือนปี 2538-2540
รัฐบาลเองก็ได้ขยายโครงสร้างบริการพื้นฐานขึ้นมากมาย จึงทำให้ประชาชนมีความต้องการที่อยู่อาศัยใกล้เคียงพื้นที่เหล่านี้มากขึ้น
ที่เห็นเสนอกัน ก็คือ จะให้เพิ่มเงินดาวน์ สำหรับบ้านและคอนโดที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จาก 5-10% เป็น 30% เช่น เพิ่มจาก 1.53 แสนบาท เป็น 9 แสนบาท สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยราคา 3 ล้านบาท ดูแล้วน่าจะเพิ่มขึ้นมาก จนทำให้หนุ่มสาวที่หวังจะมีบ้านหลังแรก ผ่อนจากเงินเดือนนั้น ต้องถอดใจ ทำไม่ไหว ทำไม่ได้
หากรัฐบาลเกรงว่าผู้ประกอบการจะผลิตที่อยู่อาศัยออกมามากเกินไป ก็ควรให้บริษัทผู้ผลิตเพิ่มส่วนของทุนมากขึ้น เช่นหนี้สินต่อทุน (Debt Equity Ratio) จาก 70 : 30 เป็น 50 : 50 ดูน่าจะดีกว่า และเป็นการป้องกันการล้มละลายของผู้ที่หวังจะจับเสือมือเปล่าดังที่เกิดในช่วงปี 2540
ทั้งหมดเป็นอีกความเห็นอีกมุมมอง ที่ถกเถียงได้มีฟองสบู่หรือยัง
ใครคิดอย่างไรก็ส่งมา
บ้านนี้เมืองนี้ไม่มีใครผูกขาดถูกผิดฝ่ายเดียว







