
อึ้งเจอปั๊มโกงน้ำมัน2,000แห่ง
พาณิชย์ตรวจพบปั๊ม 2,000 แห่งทั่วประเทศ เติมน้ำมันไม่เต็มลิตร เฉลี่ยโกงครั้งละ 1.50 บาท ระบุห่วงราคาน้ำมันขึ้น กระทบเงินเฟ้อ
พาณิชย์ตรวจพบปั๊ม 2,000 แห่งทั่วประเทศ เติมน้ำมันไม่เต็มลิตร เฉลี่ยโกงครั้งละ 1.50 บาท ระบุห่วงราคาน้ำมันขึ้น กระทบเงินเฟ้อ
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบมาตรวัดน้ำมันตามสถานีบริการทั่วประเทศ พบว่าในแต่ละปีมีสถานีบริการที่ไม่ได้มาตรฐานประมาณ 2,000 แห่ง คือเติมน้ำมันไม่เต็มลิตร หรือเติมน้ำมันขาดไป 1% ต่อครั้ง ทำให้ประชาชนสูญเสียเงิน 1.50 บาทต่อครั้ง
“ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดมากขึ้น เพราะขณะนี้ราคาน้ำมันสูงขึ้น น้ำมัน 1% ที่เติมไม่เต็มลิตร จะดึงเงินจากกระเป๋าประชาชนจำนวนมาก และเป็นการเพิ่มภาระประชาชนโดยไม่จำเป็น ซึ่งการเติมไม่เต็มลิตรเป็นการทำผิดกฎหมายชั่งตวงวัด มีโทษจำคุกทันที 6 เดือน ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท แต่หากพบกระทำผิดโดยเจตนาหรือกระทำผิดซ้ำ มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 2.5 แสนบาท” นางพรทิวา กล่าว
สถานีบริการน้ำมันที่โกง 2,000 แห่ง ในแต่ละปั๊มอาจมีเพียง 1 หรือ 2 หัวจ่ายน้ำมันที่โกง ขณะหัวจ่ายอื่นจะจ่ายน้ำมันตรงตามมาตรวัดหน้าตู้เครื่องจ่าย ซึ่งทั่วประเทศมีกว่า 1.9 แสนหัวจ่าย
วิธีสังเกตว่าหัวจ่ายไหนโกงน้ำมันให้ดูที่สติกเกอร์ตราครุฑ ซึ่งแจ้งวันเดือนปีที่ตรวจหัวจ่ายว่าถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ โดยตามกฎหมายหัวจ่ายจะต้องได้รับการตรวจมาตรฐานทุก 2 ปี นอกจากนี้ หากประชาชนเติมน้ำมันแล้วรู้สึกว่าได้น้อยลงให้แจ้งกระทรวงพาณิชย์จะได้ตรวจสอบในทันที
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำโครงการ “สถานีบริการน้ำมันเต็มลิตร” โดยทำป้ายให้สถานีน้ำมันที่ได้รับการตรวจสอบว่าใช้มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงถูกต้องตามกฎหมายชั่งตวงวัดและให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค รวมถึงปัองกันการเอารัดเอาเปรียบที่จะเป็นการเพิ่มภาระค่าครองชีพประชาชน ซึ่งขณะนี้ได้มีการมอบตราสัญลักษณ์ให้สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศแล้ว 1,355 แห่งจากที่มีอยู่ทั่วประเทศ 2 หมื่นแห่ง มีเป้าหมายจะเพิ่มอย่างน้อยปีละ 500 แห่ง
นางพรทิวา กล่าวว่า จากที่ช่วงนี้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ส่งผลต่อเงินเฟ้อให้ปรับตัวสูงขึ้นช่วงปลายปีนี้ถึงปีหน้า โดยน้ำมันตลาดโลกขณะนี้อยู่ที่ 87 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สูงกว่าที่กระทรวงพาณิชย์ประมาณการไว้จะไม่เกิน 8085 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จึงสั่งให้กรมการค้าภายในทบทวนโครงสร้างต้นทุนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ดูแลอยู่กว่า 202 รายการ ว่ารายการใดกระทบบ้าง เพราะราคาน้ำมันเป็น 10% ของการคำนวณเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่มีการอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาสินค้าไปจนถึงสิ้นปี แม้จะมีสินค้าบางรายการอ้างเรื่องการขนส่งที่เพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่น่าจะสูงจนต้องปรับเพิ่มราคาสินค้า รวมทั้งจะคงดูแลเงินเฟ้อไม่ให้สูงเกิน 3.5%
ทั้งนี้
นางพรทิวา กล่าวว่า โฮมโปร ผู้จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ จัดรายการลดราคาสินค้า 50% เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในการซ่อมแซมที่พักอาศัย ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนถึง 31 ธันวาคม 2553 และในวันเดียวกันนี้ จะมีการรับมอบของบริจาคจากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างเพื่อจัดส่งไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีให้แต่ละกระทรวงปรับงบประมาณปกติ 510% เพื่อเยียวยาผลกระทบจากน้ำท่วม ว่า ได้จัดสรรงบประมาณปกติกว่า 60 ล้านบาท เพื่อจะใช้ในจัดกิจกรรมลดภาระค่าครองชีพประชาชน และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม







