
รถขนเงินใจเด็ดชนโจรหวังปล้น
โชเฟอร์ใจเด็ดขับรถชนสองคนร้ายควบจักรยานยนต์หวังชิงรถขนเงินสดใส่ตู้เอทีเอ็ม ขณะที่คนร้ายอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี ตำรวจพบใช้รถทะเบียนปลอมก่อเหตุ
โชเฟอร์ใจเด็ดขับรถชนสองคนร้ายควบจักรยานยนต์หวังชิงรถขนเงินสดใส่ตู้เอทีเอ็ม ขณะที่คนร้ายอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี ตำรวจพบใช้รถทะเบียนปลอมก่อเหตุ
เมื่อเวลา 11.00 น. เกิดเหตุคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ เป็นพาหนะ พยายามปล้นถุงเงินจาก เจ้าหน้าที่ขนเงิน บริษัท โพรเกรส กันภัย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจขนส่งเงินบรรจุตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกสิกรไทย ที่หน้าเมเจอร์ รัชโยธิน แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากคนขับรถขนเงินได้ขับรถชนรถจักรยานยนต์ของคนร้าย ทำให้คนร้ายทิ้งถุงเงินวิ่งหลบหนีเข้าไปในห้างเมเจอร์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องวางกำลังปิดล้อม พร้อมกันประชาชนไม่ให้เข้าใกล้จุดเกิดเหตุ
ด้าน พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นจากการสอบสวนพยานเห็นเหตุการณ์ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า คนร้ายเป็นชายใส่เสื้อสีส้ม ผมเกรียน ได้หลบหนีเข้าไปยังห้างเมเจอร์ รัชโยธิน
ต่อมามีรายงานว่าคนร้ายอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีออกจากห้างเมเจอร์ไปแล้ว โดยตำรวจได้เร่งสอบสวนเพื่อติดตามตัวคนร้ายต่อไป
ทั้งนี้จากการ สอบสวน นายนิรันดร์ แสงสวัสดิ์ อายุ 30 ปี หัวหน้าชุดรถขนเงินของบริษัท โพรเกรส กันภัย จำกัด กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมพนักงานอีก 2 คน คือนายชัยยะ บุษเลิศ คนขับรถขนเงิน และนายศุภชัย โกศิริ คนคุ้มกันรถขนเงิน ได้นำเงินออกมาจากธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ เพื่อนำไปเข้าตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย ในแต่ละจุดตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งได้ใส่เงินไปแล้ว 3 ตู้
เมื่อมาถึงห้างเมเจอร์ รัชโยธิน ซึ่งเป็นจุดที่ 4 ระหว่างนำถุงเงินออกมา ได้มีคนร้าย สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเทา สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ชักปืนลูกโม่ .38 จี้บังคับเอาเงินไป โดยในถุงมีเงินสด 2 ล้านบาท ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ จึงโทรศัพท์บอกนายชัยยะ บุษเลิศ คนขับรถขนเงินของบริษัทฯทันที เพื่อให้ทราบว่าถูกคนร้ายจี้ชิงถุงเงินสดไป พร้อมกับได้บอกรูปพรรณ สัณฐานของคนร้ายไป ซึ่งนายชัยยะได้พบคนร้ายกำลังจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนี จึงขับรถชนรถคนร้ายทันที
ด้านนายชัยยะ กล่าวว่า หลังจากนายนิรันดร์โทรบอกว่าถูกจี้ถุงเงินสด ได้เห็นคนร้ายวิ่งถือถุงเงินมีชื่อบริษัท กำลังจะขึ้นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีดำ น้ำตาล ทะเบียน ษวง 337 กทม. จึงขับรถพุ่งเข้าชน ทำให้รถคนร้ายติดอยู่ใต้ท้องรถ และคนร้ายพยายามจะชักปืน จึงขับรถขนเงินชนซ้ำอีกครั้ง และลากรถของคนร้ายที่ติดอยู่ใต้ท้องรถไปไกล 300 เมตร จนถุงเงินของบริษัทตกอยู่ ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่เอาเงินไปไม่ได้ และหลบหนีไป
จากการตรวจสอบเบื้องต้น แผ่นป้ายทะเบียนรถ จักรยานยนต์ ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะก่อเหตุเป็นเลขทะเบียนปลอม โดยคนร้ายใช้กระดาษทิชชูบังไว้ ซึ่งเลขทะเบียนจริงคือ ขคน 99 ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรถของ นายพีรศิลป์ อัศววิภาส ภูมิลำเนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่มาพักอาศัยอยู่ในย่านลาดพร้าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามตัวมาสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจี้รถขนเงินหรือไม่
ด้าน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า คนร้ายที่ก่อเหตุมีเพียงคนเดียวและทราบชื่อแล้วว่า ชื่อ นายพีรศิลป์ ซึ่งเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกูปี้ไอ สีดำ ไม่ได้มีคนร้าย 2 คนแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขอหมายศาลเพื่อจับกุมตัว และคาดว่าน่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
ด้าน พ.ต..เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ารถจักรยานยนต์ ของคนร้าย ทะเบียนจริงคือ ขคน 99 ประจวบฯ ผู้ครอบครองคือ นายพีรศิลป์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบที่บ้านพักแต่พบว่านายพีรศิลป์ ไม่ได้อยู่ที่บ้านพัก จึงเชิญตัวญาติมาสอบปากคำ ซึ่งจากการสอบถามญาติทราบว่า นายพีรศิลป์ ประกอบธุรกิจปั้มน้ำมัน ที่ จ.สระแก้ว และมีปัญหาทางด้านการเงินอยู่ โดยทางญาติจะประสานให้เข้ามอบตัว
ส่วนทะเบียนรถจักรยานยนต์ ษวง 337 กทม. ที่คนร้ายใช้แทนทะเบียนจริงนั้น ตรวจสอบพบว่าได้มีการแจ้งหายไว้ในพื้นที่ กทม. ซึ่งเป็นการสวมทะเบียน โดยเบื้องต้นคาดว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้ขึ้นรถ จักรยานยนต์ รับจ้างหลบหนีไป โดยว่าจ้างไปส่งที่ชุมชนนครหลวง ภายในซอยอาพาภิรมย์ หรือ รัชดาภิเษก 32
ทั้งนี้ภายในซอยดังกล่าวสามารถทะลุไปได้หลายทาง ส่วนที่คนร้ายโดนรถชนนั้นทราบว่าน่าจะบาดเจ็บเล็กน้อย คาดว่าคนร้ายน่าจะมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี มีการติดตามรถผู้เสียหายขณะนำเงินมาเข้าเอทีเอ็มก่อนจะลงมือก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามนายพีรศิลป์ เป็นเพียงผู้ต้องสงสัยเท่านั้นอาจจะยังไม่ใช่ผู้ต้องหาตัวจริงและคาดว่าคงไม่เกี่ยวกับคดีปล้นตู้เซฟธนาคารกสิกรไทย สาขาสวนจตุจักร







