posttoday
ลัทธิรุนแรงสุดโต่งทางการเมือง

ลัทธิรุนแรงสุดโต่งทางการเมือง

11 พฤศจิกายน 2553

รัฐบาลต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายจัดการกับกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งอย่างเด็ดขาด อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจนต้องจ่ายแพงด้วยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน.....

รัฐบาลต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายจัดการกับกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งอย่างเด็ดขาด อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจนต้องจ่ายแพงด้วยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน.....

โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ศาลอาญาเพิ่งตัดสินลงโทษกลุ่มบุคคลที่วางแผนสมคบกันลอบสังหาร คุณชาญชัย ลิขิตจิตถะ อดีตประธานศาลฎีกาและอดีตรัฐมนตรียุติธรรม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี ผู้ที่ถูกศาลตัดสินลงโทษรวมถึงทหารนอกแถวสองนายที่เจอเข้าไปถึง 18 ปี ส่วนนายทหารระดับพันเอกซึ่งเชื่อว่ารับจ๊อบนี้มา ได้หนีไปซ่อนตัวอยู่กับพวกว้าในพม่า นายพันเอกคนนี้น่าจะกำความลับเอาไว้ว่าใครเป็นผู้จ้างวาน
เชื่อว่าคุณชาญชัยตกเป็นเหยื่อสังหารด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากบทบาทในกระบวนการตุลาการภิวัฒน์ในขณะดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา ที่ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่พอใจ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าวิตกมากที่บุคลากรสำคัญในกระบวนการยุติธรรมถูกคุกคามอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ลัทธิรุนแรงสุดโต่งทางการเมือง

จริงอยู่ก่อนหน้านี้ เคยมีคดีลอบสังหาร คุณประมาณ ชันซื่อ อดีตประธานศาลฎีกาเช่นกัน แต่นั่นเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวมากกว่า ส่วนคดีอื้อฉาวเกี่ยวกับการวางระเบิดลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น หลายคนยังไม่ปักใจว่าเป็นคาร์บอมบ์จริง หรือเป็นเพียงแค่คาร์บ๊อง ที่นายพลผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ปัจจุบันเป็นคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ

นอกเหนือจากคดีดังกล่าว การใช้ความรุนแรงทางการเมืองได้เริ่มปรากฏตั้งแต่ช่วงที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชาย ถูก “คนร้าย” ยิงปืนเอ็ม 79 เข้าใส่ไม่เว้นแต่ละคืน หลังจากที่คุณอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี การใช้ความรุนแรงมีมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้สูญเสียอำนาจที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาล

การใช้ความรุนแรงปรากฏชัดเจนในเดือน เม.ย. 2552 ที่พัทยาและที่กระทรวงมหาดไทยกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าไปในกระทรวงมหาดไทยและแสดงท่าทางกระเหี้ยนกระหือรือคุกคามต่อชีวิตของคุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ คุณนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ตามด้วยการก่อการจลาจลใน กทม. โดยเฉพาะย่านดินแดงและนางเลิ้ง จนประชาชนผู้บริสุทธิ์ 2 คน ถูกยิงเสียชีวิต

หลังจากนั้นมีการข่มขู่คุกคามชีวิตของบุคคลสำคัญของประเทศอีกหลายครั้ง อาทิ คนร้ายขว้างระเบิดบ้านพักของคุณอักขราทร จุฬารัตน อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด คุณจรัล ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งขว้างระเบิดและยิงเอ็ม 79 เข้าใส่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น

ที่ร้ายแรงที่สุดเห็นจะเป็นเดือน เม.ย. 2553 เมื่อกลุ่มคนถืออาวุธหรือกองกำลังเถื่อนซึ่งแทรกซึมอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมที่สี่แยกคอกวัว ได้ยิงนายทหารและประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก เพื่อให้เป็นเงื่อนไขอีกครั้งในการโฆษณาชวนเชื่อต่อโลกว่าทหารฆ่าประชาชน มีการวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงเพื่อให้กรุงเทพฯ ไฟดับ มีการยิงเอ็ม 79 เข้าใส่ผู้ชุมนุมคัดค้านที่ถนนสีลมจนผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตายหลายคน รวมทั้งยิงเอ็ม 79 ใส่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งเชื่อว่าเป็นฝีมือของลูกน้อง เสธ.คนดัง

เดือน พ.ค. 2553 เมื่อทหารเข้ากระชับวงล้อมเพื่อฟื้นคืนความสงบเรียบร้อยจากการก่อจลาจล พบว่ามีการสะสมอาวุธร้ายแรงจำนวนมาก กลุ่มผู้ถืออาวุธที่ซ่อนตัวอยู่บนตึกสูงได้ยิงทหารบาดเจ็บเสียชีวิตหลายคน หลายฝ่ายเชื่อว่าคนพวกนี้ได้ยิงผู้สื่อข่าว ประชาชน เสียชีวิตและบาดเจ็บโดยป้ายความผิดว่าทหารเป็นผู้ทำ โดยมีเป้าหมายโฆษณาชวนเชื่อไปทั่วโลกว่ารัฐบาลและทหารสั่งฆ่าประชาชน

นอกจากนั้น มีการเผาบ้านเผาเมืองทั้งห้างสรรพสินค้าย่านราชประสงค์ และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในต่างจังหวัดมีการเผาศาลากลางจังหวัดหลายแห่งตามคำชี้นำของแกนนำ

หลังจากตกเป็นจำเลยสังคมจนเงียบหายไประยะหนึ่ง การใช้ความรุนแรงก็เริ่มขึ้นใหม่ ทั้งการวางระเบิดตามที่ต่างๆ ใน กทม. และปริมณฑล ซึ่งจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สรุปความรุนแรงตามลักษณะและวิธีการที่ใช้ได้ 3 ลักษณะ คือ (1) การใช้ปืนยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 เช่น ที่ ร.11 รอ. โทรทัศน์ช่อง 11 เป็นต้น (2) การใช้จรวดอาร์พีจี ยิงใส่วัดพระแก้ว ถังเก็บน้ำมันที่ลำลูกกา และที่ จ.นนทบุรี

(3) การใช้ระเบิดแสวงเครื่อง ประเภทแรก คือใช้วงจรไฟฟ้า เช่น ที่ห้างบิ๊กซี ซึ่งพบระเบิดประเภทนี้จำนวนมากในรถฮอนด้าที่ริมน้ำอพาร์ตเมนต์ ถนนรามอินทรา ประเภทที่สอง คือใช้รีโมต คอนโทรล เช่น ที่พรรคภูมิใจไทย ประเภทที่สาม ใช้ปุ๋ยยูเรียกับดินเทา เช่นที่ โรงเรียนสันติราษฎร์เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ที่จอดรถกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่ระเบิด ส่วนที่หน้าสนามม้านางเลิ้งนั้นระเบิดเพราะใช้วิธีจุดสายชนวนเอง เชื่อว่าเป็นฝีมือของคนเดียวกันกับที่ต่อวงจรผิดจนระเบิดขึ้นเองที่เมตตาแมนชั่น บางบัวทอง

ขบวนการดังกล่าวไม่หยุดแต่ไม่เพียงเท่านี้ ยังวางแผนที่จะใช้ความรุนแรงต่อไป โดยส่งคนไปฝึกอาวุธที่กัมพูชาเพื่อเตรียมปฏิบัติภารกิจที่ผิดกฎหมาย ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย.นี้ หน่วยข่าวเปิดเผยว่า ยังมีความพยายามที่จะลอบสังหารบุคคลสำคัญอีก ซึ่งคราวนี้ พวกเขามีทีมงานที่ได้รับฝึกอย่างดีโดยไม่ต้องจ้างมือปืนแบบที่ส่งไปสังหารอดีตประธานศาลฎีกาอีก

ในขณะที่ภาคใต้ของไทยเผชิญกับลัทธิรุนแรงสุดโต่งจากขบวนการมุสลิมแบ่งแยกดินแดนที่ใช้การก่อการร้ายเป็นเครื่องมือฆ่าคนบริสุทธิ์ตายเป็นเบือ ในกรุงเทพฯ และในบางจังหวัด คนกลุ่มหนึ่งยังนิยมใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ เพื่อล้มรัฐบาลปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีขบวนการล้มเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย รัฐบาลต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายจัดการกับกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งอย่างเด็ดขาด อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจนต้องจ่ายแพงด้วยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์เช่นครั้งที่แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท