
5 โรคต้องระวัง "รับน้องพิเรนทร์" ให้กินขนมส่งต่อปากเพื่อน
กรมอนามัย เตือนรับน้องพิเรนทร์ด้วยการให้คาบขนมผ่านปากต่อปากและกินทำติดเชื้อ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คางทูม ตับอักเสบบีและโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสในน้ำลาย
กรมอนามัย เตือนรับน้องพิเรนทร์ด้วยการให้คาบขนมผ่านปากต่อปากและกินทำติดเชื้อ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คางทูม ตับอักเสบบีและโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสในน้ำลาย
นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียได้เผยแพร่กิจกรรมรับน้องด้วยการให้อมขนมปีโป้ส่งกันปากต่อปากจนถึงคนสุดท้าย และให้กินเกิดการติดเชื้ออักเสบว่า พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยงเพราะปากเป็นช่องทางการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย โรคหลายชนิดอยู่ในน้ำลาย โพรงจมูก และลำคอ ได้แก่ โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจหรือเชื้อจากแผลบริเวณริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม โรคเหงือกและฟันอักเสบ
ซึ่งโดยปกติปากและน้ำลายของแต่ละคนมีเอนไซม์และภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติได้บางส่วน และการติดโรคทางน้ำลายมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณความรุนแรงของเชื้อ และมีโอกาสติดเชื้อสูงในกรณีที่ผู้รับเชื้อมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำหรือผู้รับเชื้อมีแผลในปาก มีเชื้อราในปาก เหงือกอักเสบ ก็จะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ได้แก่
1.ไข้หวัด
2.ไข้หวัดใหญ่
3.คางทูม
4.ไวรัสตับอักเสบบี
5.โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสในน้ำลายอื่นๆ
รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การทำกิจกรรมการรับน้องที่เหมาะสมและสร้างสรรค์มีหลากหลายรูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน เช่น จิตอาสาทำความสะอาดวัด สร้างห้องสมุดชุมชน กิจกรรมดังกล่าวก็ถือเป็นการแสดงออกถึงความรักใคร่กลมเกลียวได้มากกว่าการรับน้องที่ใช้วิธีการที่เสี่ยงต่อการติดโรคและส่งผลกระทบต่อสุขภาพตามมา อาทิ การกินอาหารหรือดื่มน้ำสาบานโดยใช้ช้อนร่วมกันเทียบได้กับการกินอาหารโดยไม่ใช้ช้อนกลาง ทำให้มีโอกาสติดโรคได้เช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง ทางที่ดีควรปรึกษาครูและอาจารย์ เพื่อให้กิจกรรมการรับน้องเป็นไปอย่างสร้างสรรค์







