
โลกมองไทย
ปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่ของไทย นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะปริมาณผลผลิตข้าวและยางพารา
บลูมเบิร์ก รายงานอ้างข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย ที่ระบุว่า ปริมาณการส่งออกข้าวของไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก จะมีปริมาณลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ทั้งนี้ บลูมเบิร์กประมาณการว่า ผลผลิตข้าวไทยในปีนี้จะลดลงมาอยู่ที่ 30.67 ล้านตัน ลดลงจากเมื่อปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 31.5 ล้านตัน
เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ ประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ รัฐมนตรีเกษตรคาดว่าจะไม่สามารถผลิตข้าวได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ในปีนี้ คือ 16.24 ล้านตัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ โดยรัฐบาลจะมีการตัดสินใจในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ธ.ค. ว่าจะมีการนำเข้าข้าวปริมาณเท่าไหร่
ด้านองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ระบุว่า สภาพอากาศที่เลวร้าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทำให้ราคาข้าวและราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น
นอกจากราคาข้าวและอาหารที่ถีบตัวสูงขึ้นแล้ว อุทกภัยครั้งเลวร้ายในภาคใต้ของไทยก็ทำให้ราคายางพาราถีบตัวขึ้นเช่นกัน
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และอินเดีย ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกยาง ทำให้ผลผลิตยางในตลาดลดลง ราคาดีดตัวสูงขึ้น ตามความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มสูง
ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมบรรเทาและป้องกันสาธารณภัย รายงานว่า พื้นที่ที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกยางพาราของไทยได้รับความเสียหายราว 6.3 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 4.8% ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด







