posttoday
ปัตตานีราพณาสูร ร่องรอยดาโต๊ะที่หายไป

ปัตตานีราพณาสูร ร่องรอยดาโต๊ะที่หายไป

09 พฤศจิกายน 2553

เสียงสะท้อนจากผู้เฒ่าแห่งบ้าน ดาโต๊ะ อ.ยะหริ่ง ปัตตานี เกิดมา 35 ปี ก็เพิ่งเคยพบเคยเจอน้ำทะลักเข้าท่วมแล้วกวาดบ้าน กวาดรถจักรยานยนต์ กวาดเรือกลับลงสู่ใต้ท้องน้ำ

เสียงสะท้อนจากผู้เฒ่าแห่งบ้าน ดาโต๊ะ อ.ยะหริ่ง ปัตตานี เกิดมา 35 ปี ก็เพิ่งเคยพบเคยเจอน้ำทะลักเข้าท่วมแล้วกวาดบ้าน กวาดรถจักรยานยนต์ กวาดเรือกลับลงสู่ใต้ท้องน้ำ

โดย...ธนก บังผล

สายตาของ “มะดิง กานิง” ทอดผ่านเศษซากอวน แห กระเบื้อง อิฐบล็อก แล้วหยุดนิ่งอยู่ที่กลางอ่าวปัตตานี

เกิดมา 35 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านดาโต๊ะ อ.ยะหริ่ง  มาตั้งนาน ก็เพิ่งเคยพบเคยเจอน้ำทะลักเข้าท่วมแล้วกวาดบ้าน กวาดรถจักรยานยนต์ กวาดเรือกลับลงสู่ใต้ท้องน้ำ

ปัตตานีราพณาสูร ร่องรอยดาโต๊ะที่หายไป

อย่าว่าแต่ “มะดิง” เลย ผู้เฒ่าชาวประมงอายุ 80 แล้ว เปรยเสียงเบาๆว่า ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเห็นเช่นกัน

มะดิง ยึดอาชีพประมงเป็นหลักในการดูแลครอบครัว เลี้ยงปลากะพง ปลาเก๋า เป็นอาชีพเสริม หลังจากลงทุนลงแรงได้สักระยะ วันนี้เขาทยอยตามเก็บเสื้อผ้าที่เรี่ยราดตามหาดซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่กลับมาแขวนไว้

“น้ำมันเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ช่วงประมาณ 6 โมงเย็น แต่ก็ยังขึ้นไม่เยอะ พอสัก 6 โมงครึ่งน้ำเริ่มขึ้นมาระดับอก ผมเอาลูกที่เพิ่งคลอดได้ 4 วันใส่กะละมัง แล้วค่อยๆพยุงลอยน้ำออกไปไว้ที่มัสยิดชั้น 2 คือตอนนั้นต่างคนต่างหนีกันหมดแล้ว บอกภรรยากับลูกอีก 2 คนให้ไปอยู่ที่มัสยิด”

มะดิง มองดูพื้นบ้านกับเสาอีก 6 ต้น ซึ่งเป็นเพียงหลักฐานเดียวที่ยืนยันได้ว่า ณ ที่ตรงนี้เคยมีบ้านของเขาตั้งอยู่

“ไม่รู้บ้านไปตอนไหน เพราะเราก็ไปอยู่ที่โรงเรียนตาดีกา แต่พี่ชายซึ่งลอยคอมาดูตอนดึกๆ ก็กลับไปบอกว่าบ้านไปหมดแล้ว เฉพาะบ้านดาโต๊ะนี้ หายไป 42 หลัง”

ละแวกแหลมโพธิ์ ซึ่งมีบ้านดาโต๊ะ กับ บูมี ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักสุด ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกตั้งแต่เย็นของวันที่ 1 พ.ย. เพราะไฟฟ้าดับ และต้นไม้หักโค่นขวางถนน

แม้ในอีกสัปดาห์ต่อมา ความช่วยเหลือจากทาง  รพ.ยะหริ่ง เทศบาล และกาชาด จะค่อยๆเริ่มเข้าไปได้บ้างแล้ว ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า ซึ่งมีนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) แต่สิ่งที่ยังขาดแคลนคือนม และ ผ้าอ้อม เนื่องจากเกือบทุกบ้านมีลูกเล็กที่ต้องคอยดูแล

“ทีแรกก็นึกว่าแค่น้ำขึ้นเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมานี่ขึ้นมาคราวนี้เกิดมาไม่เคยเจอ เขาว่าแค่หางพายุ มาเร็วจนเสื้อผ้ายังไม่ได้เอา รถเครื่อง กับเรือนี่ถูกทะเลเอาไปหมด ปลากะพง ปลาเก๋าที่เลี้ยงไว้ก็ไปกับน้ำด้วย เงินที่ลงทุนไปหมดเลย”

ปัตตานีราพณาสูร ร่องรอยดาโต๊ะที่หายไป

มะดิง บอกว่า น้ำทะเลที่ขึ้นมาอย่างรวดเร็วนั้น ทะลักท่วมตั้งแต่ช่วงประมาณ 1 ทุ่ม สูงระดับคอ ก่อนจะค่อยๆลดระดับลงเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน

“น้ำมันมาแบบน้องๆสึนามิ ระหว่างนั้นก็มีพายุ หลังคาก็ปลิวไปบ้านคนอื่น ก็โชคดีที่ไม่มีคนเสียชีวิตเพราะเราหนีทัน ก็มีแค่บางคนที่หัวถูกกระเบื้องหลังคาบ้านปลิวไปโดนบาดเจ็บ” มะดิง บอกเล่าแล้วว่า

“ก็ไม่รู้ว่าถ้าไม่อยู่ที่นี่แล้วจะไปอยู่ไหน ที่นี่เป็นบ้าน แต่ถ้าอยู่แล้วน้ำท่วมอย่างนี้ก็ลำบาก ไม่อยู่ก็ไม่ได้ อยากจะให้มาสร้างบ้านให้สูงๆแล้วก็แข็งแรงให้จะดีกว่า”

ทั้งนี้ มีเรื่องเล่าว่าที่บ้านดาโต๊ะมีสิ่งเร้นลับมาเตือนภัยล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่

อย่างแรกคือ งูเหลือม ซึ่งชาวบ้านไม่เคยพบไม่เคยเห็นก็ปรากฏอยู่ที่ริมทะเลก่อนเกิดเหตุ 7 วัน โดยความเชื่อของคนโบราณบอกว่าเป็นลางไม่ดี

อย่างที่สองคือ ชาวบ้านจากต่างหมู่บ้านเข้ามาถามว่า ได้ยินเสียงหัวเราะ กับเสียงร้องไห้หรือเปล่า เพราะดังไปถึงหมู่บ้านของเขา

อย่างที่สามคือ มีเด็ก 2 คนและ คนแก่ 1 คนมาที่หมู่บ้าน โดยไม่มีใครรู้จัก อยู่ดีๆก็บอกว่า เดี๋ยวจะมีคนมาล้างที่

และลางบอกเหตุสุดท้ายคือ น้ำที่ลดลงอย่างมากจนเห็นทราย ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน

ปัญญศักย์ โสภณวสุ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ปัตตานี ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปี

ปัตตานีราพณาสูร ร่องรอยดาโต๊ะที่หายไป

“มันเป็นปรากฏการณ์ของลมบกลมทะเลที่เปลี่ยนไป ทำให้ 6 อำเภอ ได้แก่ ไม้แก่น สายบุรี หนองจิก ปานาเระ ยะหริ่ง และ อ.เมือง ได้รับผลกระทบ”

“ลมพายุได้สะสมพลังงานอยู่ที่ จ.ยะลา จนเป็นดีเปรสชั่น ซึ่งอยู่ดีๆก็หักหัวมาลงที่ปลายอ่าวปัตตานี บริเวณแหลมตาชี พัดเข้าบ้านบูดี แล้ววนเข้าอ่าวปัตตานี ตอนนี้เขาก็เริ่มสะสมพลังขึ้นเรื่อยๆ พอพัดเข้าปัตตานีก็ไปหาดใหญ่ต่อทันที”

ปัญญศักย์ บอกว่า การรวมของมวลน้ำครั้งนี้ทำให้มีพลังงานดึงน้ำทะเลขึ้นสูง คล้ายกับปรากฏการณ์ Storm surge (สตอร์ม เสิร์จ)

“ผมทำงานมา 30 ปี ก็เพิ่งเคยเห็น ชาวประมงบางคนบอกว่า 100 ปีที่ผ่านมาอาจจะเพิ่งเคยมีครั้งนี้ครั้งแรกเพราะว่าทุกครั้งที่มีดีเปรสชั่น เราจะได้แหลมตาชีเป็นเครื่องป้องกันไม่ให้ปัตตานีเสียหาย แต่คราวนี้ถึงแม้ว่าแหลมตาชีจะพัง แต่ถ้าไม่มีไว้รับรองว่าปัตตานีต้องเสียหายมากกว่านี้แน่นอน”

“ความเร็วลมที่เรา ณ จุดศูนย์กลางมาก น่าจะเป็นสตอร์ม เสิร์จ แต่ทั้งนี้ต้องให้นักวิชาการโดยตรงเป็นผู้วิเคราะห์ น้ำท่วมปัตตานีครั้งนี้ เนื่องจากน้ำไหลมาจาก จ.ยะลา ขังเพื่อรอลงทะเล คราวนี้เรากลับมีถนนที่ไปขวาง อีกทั้งบ้านเรือนสมัยใหม่ก็ขวางทางน้ำลง น้ำก็เลยท่วมขังอยู่ในตัวอำเภอมาก ส่วนที่ปลายอ่าวนั้นได้รับความเสียหายจากน้ำทะเลที่ท่วมขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว แล้วลดลงภายในเวลาเพียง 3-4 ชั่วโมง”

ปัตตานีราพณาสูร ร่องรอยดาโต๊ะที่หายไป

หน.ศูนย์ ปภ.ปัตตานี ให้ความเห็นว่า การเกิดน้ำท่วมครั้งนี้ เป็นบทเรียนสำหรับทั่วโลก เพราะไม่สามารถใช้ทฤษฎีเก่าๆ มารองรับและอธิบายได้เลย ต่อไปการวิเคราะห์ต้องคิดนอกกรอบ

“เราพยากรณ์อากาศกันตั้งแต่เช้าแล้วว่าฟ้าใส พอบ่ายมาร่องความกดอากาศเข้าแล้วสลายไป ไม่คิดว่าตอนเย็นวันเดียวกันนี้จะเกิดดีเปรสชั่นขนาดใหญ่ ผมคิดว่าบรรยากาศของโลกเปลี่ยนไป อีกทั้งปรากฏการณ์ลานินโญ่ ที่มวลอากาศร้อนเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน”

บทสรุปความเสียหายจากน้ำท่วมปี 53 “ปัญญศักย์” บอกว่า เบื้องต้นเกือบ 4 พันหลังคาเรือน ส่วนที่ท่วมทั้งหลังหรือหายไปทั้งหลังนั้นมี 339 หลังคาเรือน
สายตาของ “มะดิง กานิง” ยังคงทอดผ่านเศษซากอวน แห กระเบื้อง อิฐบล็อก แล้วหยุดนิ่งอยู่ที่กลางอ่าวปัตตานีอีกครั้ง

แต่คราวนี้ไม่มีถ้อยคำใดออกจากปาก “มะดิง” หางเสือเรือถูกน้ำทะเลกัดกร่อนสนิมขึ้นเกรอะกรัง กระชังที่เคยขังปลาไว้ข้างในสูญเปล่า

มะดิง ยืนอยู่บนพื้นบ้านที่เป็นปูนแต่ไม่มีผนัง ไม่มีหลังคา และน้ำทะเลกำลังหนุนสูงขึ้นอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ