
แจ้ง 4 ข้อหามืออีโต้บุกฟันอริในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล
ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหา มือมีดบุกห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลไล่ฟันคู่อริ เจ้าตัวขอโทษบุคลากรการแพทย์ ระบุพร้อมชดใช้ค่าเสียหายเครื่องมือแพทย์กว่า 2 แสนบาท
ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหา มือมีดบุกห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลไล่ฟันคู่อริ เจ้าตัวขอโทษบุคลากรการแพทย์ ระบุพร้อมชดใช้ค่าเสียหายเครื่องมือแพทย์กว่า 2 แสนบาท
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 62 เวลา 11.30 น. พ.ต.อ.ธรรมจักร คงมงคล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.อุดร มณีสาย ผกก.สภ.เหล่าเสือโก้ก และชุดสืบสวนนำตัวนายธนกฤติ อายุ 41 ปี ชาวบ้านโพนเมือง ต.โพนเมือง อ.เหล่าเสือโก้ก ที่ก่อเหตุบุกใช้มีดอีโต้ฟันนายปรีดา อายุ 27 ปี วัยรุ่นในหมู่บ้าน ขณะรับการรักษาอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลประจำอำเภอเหล่าเสือโก้ก ไปทำแผนในที่เกิดเหตุ
ขณะที่ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้แจ้งว่า เครื่องมือแพทย์ที่เสียหายเป็น เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และวัดความดันออกซิเจนมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยขณะเกิดเหตุผู้บาดเจ็บเจ็บได้ใช้เครื่องดังกล่าวบังตัวเองไม่ให้ถูกนายธนกฤติใช้มีดฟัน ลังจากก่อนหน้านี้ ผู้บาดเจ็บได้ถูกฟันที่ใบหน้าและศีรษะไปแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บได้มีเรื่องชกต่อยกับวัยรุ่นในหมู่บ้านระหว่างที่มีการจัดงานบุญประจำปี นายธนกฤติจึงขึ้นไปประกาศบนเวทีว่าให้เลิกทะเลาะวิวาทกัน แต่หลังจากลงจากเวทีได้ถูกผู้บาดเจ็บกระโดดถึบที่หลัง จากนั้นก็ได้เกิดเหตุวิวาทกันระหว่างลูกน้องของนายธนกฤติกับผู้บาดเจ็บ จากนั้นได้มีผู้นำผู้บาดเจ็บไปรักษาที่โรงพยาบาลเนื่องจากถูกขวดตีศีรษะแตก
ต่อมานายธนกฤติได้ขับรถกระบะมายังโรงพยาบาล และบุกเข้าไปใช้มีดฟันผู้บาดเจ็บที่กำลังรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล จากนั้นได้รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายธนกฤติ กล่าวว่า ขอโทษเจ้าหน้าที่พยาบาลทุกคน ส่วนเครื่องมือแทพย์ที่ได้รับความเสียหาย ตนยินดีจ่ายเงินชดใช้ให้ทั้งหมด
ด้าน พ.ต.อ.ธรรมจักร คงมงคล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า หลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหานายธนกฤติผู้ก่อเหตุรวม 4 ข้อหาหนักคือ มีและ พกพาอาวุธมีด บุกรุกสถานที่ราชการ ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย และพยายามฆ่า เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น จึงแจ้งทุกข้อหากับผู้กระทำความผิด
สำหรับช่วงนี้ ซึ่งมีการจัดงานบุญประเพณีประจำหมู่บ้านต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทำนองนี้ขึ้นอีก ตำรวจมีการประสานไปทางอำเภอ เมื่อผู้จัดงานได้รับอนุญาต จะมีการจัดกำลังร่วมกันทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจเข้าดูแลรักษาความสงบภายในงานด้วย







