posttoday
สั่งฟันของแพง

สั่งฟันของแพง

09 พฤศจิกายน 2553

รัฐบาลเต้น ฟันผู้ค้าฉวยโอกาสโขกราคาน้ำท่วม มาร์คฉุนไข่ไก่ขึ้น 10 สต. ใบละ 3 บาท

รัฐบาลเต้น ฟันผู้ค้าฉวยโอกาสโขกราคาน้ำท่วม มาร์คฉุนไข่ไก่ขึ้น 10 สต. ใบละ 3 บาท

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง เมื่อวันที่ 8 พ.ย. โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ ไปแก้ไขปัญหาเรื่องราคาไข่ไก่อย่างเร่งด่วน

“เนื่องจากขณะนี้ราคาไข่ไก่ปรับขึ้นแล้วฟองละ 10 สตางค์ หรือขายใบละ 2.83 บาท โดยผู้ค้าอ้างว่าเป็นเหตุมาจากน้ำท่วม” นายวัชระ กล่าว

นอกจากนี้ นายกฯ ยังฝากให้กระทรวงพาณิชย์ไปดูแลราคาสินค้าโดยเฉพาะราคาผัก ผลไม้ ที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตร หรือเก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อยลง ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

“นายกฯ ไม่พอใจอย่างมาก เพราะที่ผ่านมารัฐบาลให้ความช่วยเหลือผู้ค้าไข่ไก่มาตลอด แต่กลับมาฉวยโอกาสขึ้นราคาในตอนนี้ส่วนปัญหาราคาผัก ผลไม้แพงอาจจะเกิดขึ้นตามมาได้ จึงได้ขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ให้เข้าไปดูแลเรื่องดังกล่าวด้วย” นายวัชระ กล่าว

นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มไม่ได้ขึ้นผิดปกติ ตรงกันข้ามราคาตกต่ำ โดยราคาหน้าฟาร์มขณะนี้อยู่ที่ 2.5บาทต่อฟอง ราคาลดลงเนื่องจากเทศกาลกินเจต่อเนื่องปิดเทอม ฉะนั้นการที่ราคาแพงไม่น่าจะเกิดจากภาคการผลิต

นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า อยากให้คนที่พูดว่าราคาไข่แพงมาซื้อฟาร์มไปเลี้ยงเอง เพราะขณะนี้ราคาไข่จากหน้าฟาร์มอยู่ที่ 2.40- 2.80 บาท ตามน้ำหนักของไข่ โดยต้นทุนอยู่ที่ 2.40 บาทต่อฟอง เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้เห็นว่ารัฐบาลต้องไปจริงจังกับกลุ่มผู้ค้าให้มาก ว่ามีความผิดปกติที่จุดไหน

สำหรับการแก้ไขปัญหาไข่ล้นตลาดประมาณ 50 ล้านฟองในช่วงนี้โดยครม.ได้ให้กรมราชทัณฑ์และกองทัพ ช่วยซื้อไข่จากเกษตรกรนั้น นายมาโนชกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างทำข้อตกลงกับกองทัพโดยจะเสนอขายในราคา ถาด 30 ฟองในราคา 80 บาท ขนาดน้ำหนัก 60 กรัมเฉลี่ยฟองละ 2.70 บาท ซึ่งตามปกติกองทัพซื้อจากตลาดประมาณถาดละ 90 บาท

“พรทิวา” เต้นข้าวถุงขึ้นราคา สั่ง “พาณิชย์” เรียกถกตรึงราคาถึงสิ้นปี ชี้หากคุมไม่อยู่ส่งข้าวถุงธงฟ้าแทรกแซงแน่ พร้อมแก้ปัญหาผักผลไม้แพง เร่งใช้โลจิสติกส์เข้าช่วยในพื้นที่ขาดแคลน

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเรียกสมาคมผู้ผลิตข้าวถุง ผู้ประกอบการรายใหญ่ และห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ มาหารือเพื่อไม่ให้ขึ้นราคาขายปลีกข้าวถุงจนถึงสิ้นปีนี้แล้ว หลังจากมีข่าวว่าผู้ประกอบการข้าวถุงเตรียมปรับขึ้นราคาข้าวถุง 5 กก. ขึ้นอีกถุงละ 5-10 บาท โดยอ้างว่าได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่จนทำให้ผลผลิตลดลง และต้นทุนผลิตสูงขึ้น

“คงต้องเรียกผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจใหม่ เพราะที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือให้ตรึงราคาถึงสิ้นปี ซึ่งหากมีการปรับขึ้นราคาจะต้องมาหาสาเหตุว่าขึ้นเพราะว่าอะไร และจะขอความร่วมมือให้ตรึงราคาไว้ก่อน แต่หากคุมราคาไม่อยู่ กระทรวงจะนำข้าวถุงธงฟ้าแทรกแซงตลาด” นางพรทิวา กล่าว

สำหรับมาตรการดูแลผักและผลไม้ราคาแพงนั้น ทางศูนย์เฝ้าระวังราคาผักสด จะประสานข้อมูลหากตลาดไหนผักชนิดไหนแพง จะมีการส่งข้อมูลให้ตลาดอื่นส่งผักชนิดดังกล่าวไปทำให้ราคาผักถูกลงหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปดูแลนั้น ที่ผ่านมาได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคาผักและผลไม้อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว แต่จะมีการเชื่อมโยงตลาดเพื่อนำผักและผลไม้เข้าไปในพื้นที่ขาดแคลน และไม่ให้มีราคาสูงจนเกินไป รวมทั้งจะขอความร่วมมือห้างค้าปลีกเป็นช่องทางหนึ่งในการกระจายสินค้าเกษตรถึงมือผู้บริโภคค

“มาตรการที่จะนำมาดูแล คือการเชื่อมระบบโลจิสติกส์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยกระจายผักและผลไม้ไปยังพื้นที่ขาดแคลน เพื่อไม่ให้มีราคาที่สูงจนเกินไป” นางพรทิวา กล่าว

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ขณะนี้แนวโน้มราคาผักสดเริ่มทรงตัว หลังจากปัญหาน้ำท่วมคลี่คลาย ขณะเดียวกันกรมฯ ยังได้ตั้งศูนย์เฝ้าระวังราคาผักสด เพื่อติดตามราคาผักสดในภาวะน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผักจากตลาดสดค้าส่งกับตลาดค้าปลีกเข้าด้วยกัน โดยตลาดสดแห่งไหนที่ราคาผักแพง ศูนย์นี้จะทำหน้าที่ประสานราคาผักถูกไปให้ ส่วนราคาข้าวถุงที่มีข่าวว่าแพงขึ้นได้ให้เจ้าหน้าที่ เร่งตรวจสอบข้อมูลว่าปรับขึ้นจริง หรือเป็นตามโปรโมชั่นแข่งขัน แต่จะขอความร่วมมือให้ตรึงราคาถึงสิ้นปี

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผอ.ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย(ศชอ.)ประกาศเตือนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปกคลุมอ่าวไทยทำให้ภาคใต้ตอนบนเกิดฝนตกหนักอีกระลอกระหว่างวันที่ 9-11 พ.ย.นี้ โดยเฉพาะพัทลุง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ส่วนน้ำในแม่น้ำมูลก้อนใหญ่จากจ.นครราชสีมา ได้เริ่มเอ่อล้นริมตลิ่งดยมียอดน้ำสูงสุดที่อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ล้นตลิ่ง 1.90 ม.และมีแนวโน้มสูงขึ้น คาดว่าภายใน 24 ชม.น้ำจะเข้าสู่จ.อุบลราชธานี และจะล้นตลิ่งประมาณ 40 ซม.

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท