
มอบกสย.ชงชดเชยยาง ปรับเกณฑ์ช่วยเหลือ 5 พัน
รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ได้พิจารณาเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราโดยเบื้องต้นมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (กสย.) เพื่อให้พิจารณาแนวทางการชดเชย
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย กล่าวว่า เนื่องจากการทำสวนยางพาราจะแตกต่างจากพืชสวนชนิดอื่น ใช้เวลาปลูกนานถึง 7 ปี จึงสามารถกรีดยางได้ จึงต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ
ทั้งนี้ พบว่ามีสวนยางที่ได้รับความเสียหายจากวาตภัย 5 หมื่นไร่ จากน้ำท่วมประมาณ 4 แสนกว่าไร่ โดยเกณฑ์การช่วยเหลือจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อหาข้อสรุปว่าจะต้องชดเชยอย่างไร เท่าไร โดยเกษตรกรไม่ต้องกังวลว่ารัฐจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพราะนายกฯ ได้ให้นโยบายที่ชัดเจนว่า ทุกกระทรวงต้องปรับแผนการใช้งบประมาณเดิมที่เคยใช้ เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย
อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ครม.วันที่ 9 พ.ย. จะมีการปรับเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ประสบวาตภัยครอบครัวละ 5,000 บาทด้วย
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติให้ประสานไปยังจังหวัดนำร่อง 7 จังหวัดที่ประกอบด้วย นครสวรรค์ สระบุรี สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี ลพบุรี ชัยภูมิ และนครราชสีมา ให้ตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยตัวแทนจากภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนในพื้นที่ประเมินความเสียหาย โดยเริ่มต้นจาก 3 จังหวัด คือ นครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี เพราะมีความพร้อม
ขณะเดียวกันยังมีมาตรการฟื้นฟูสภาพน้ำท่วมขังในจังหวัดภาคกลาง โดยกรมชลประทานจะลดระดับน้ำท้ายเขื่อนให้ต่ำกว่า 2.2 หมื่นลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะช่วยบริหารจัดการน้ำทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา จะทำให้สถานการณ์น้ำดีขึ้นตั้งแต่กลางสัปดาห์นี้เป็นต้นไป
สำหรับปัญหาสภาพขยะล้นเมืองที่ อ.หาดใหญ่ ขณะนี้เกินกำลังที่เทศบาลนครหาดใหญ่จะจัดการได้ จึงมีการประสานให้ 3 หน่วยงานที่ประกอบด้วย เทศบาลนครหาดใหญ่ องค์กรเอกชนในพื้นที่ และหน่วยทหารในพื้นที่มาช่วยขนย้ายเศษขยะ
นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีหลายจังหวัดโดยเฉพาะในภาคกลางที่ยังมีน้ำท่วมขังและเริ่มเน่าเสีย ที่ประชุมได้สั่งให้หน่วยงานส่งเครื่องมือและเจ้าหน้าที่เร่งระบายออกจากพื้นที่ให้หมดอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังเร่งรัดให้มีการบริจาคสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้หญิง เช่น ผ้าอนามัย และชุดชั้นใน โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะขาดแคลนมาก ส่วนประชาชนที่สนใจบริจาคสามารถติดต่อได้ที่ อสมท รวมถึงน้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ







