
มทก.4สั่งพร้อม 24 ชม. ระดมสรรพกำลัง-ยุทโปกรณ์กู้ภัยใต้
ภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภาคใต้ตอนบน 3 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง จะเกิดฝนตกหนักอีกระลอกตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.นี้เป็นต้นไป เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 จึงได้แจ้งเตือนไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ทั้งหมด 18 ศูนย์ ครอบคลุม 14 จังหวัดภาคใต้
นอกจากนี้ จัดเตรียมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และตรวจความพร้อมให้การช่วยเหลือตลอดเวลา โดยขอให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัยขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 หมายเลขโทรศัพท์ 075383405 หรือ 075383253 ได้ตลอดเวลา
ขณะที่ นายจิรพล สินธุนาวา อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ย้ำด้วยว่า ทุ่นเตือนภัยสึนามิที่ติดตั้งอยู่บริเวณ จ.ภูเก็ต ได้หลุดออกไปจากจุดติดตั้งหลังเกิดพายุถล่มหลายพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะส่งผลให้ความสามารถในการแจ้งเตือนภัยพิบัติคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากตำแหน่งของทุ่นผิดเพี้ยนไปจากจุดเดิม อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะทุ่นเตือนภัยเป็นเพียงหนึ่งในระบบเตือนภัยเท่านั้น
นายจิรพล กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ลมพายุอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่หมดฤดูมรสุม อีกทั้งเป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์ลานินญารุนแรงกว่าทุกปี โดยจะต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ไปจนถึงปลายเดือน พ.ย.
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า หากทุ่นเตือนภัยพิบัติสึนามิไม่สามารถใช้งานได้จริง จะทำให้ศักยภาพในการเตือนภัยลดลง แต่จะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากทุ่นเตือนภัยสึนามิเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบเท่านั้น โดยยังมีระบบเตือนภัยอื่นๆ ที่สามารถตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับเครือข่ายเตือนภัยต่างๆ ได้
ขณะที่แหล่งข่าวยืนยันว่า ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบทุ่นเตือนภัยสึนามิไม่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ เพื่อไม่ให้ประชาชนแตกตื่น
ขณะเดียวกันประชาชนที่อาศัยอยู่เสี่ยงภัยตามที่หลายหน่วยงานออกมาประกาศเตือนอพยพ ประกอบด้วย อ.กาญจนดิษฐ์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี อ.บ้านนาป่าอ.พระพรหม อ.สิชล อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ท่าศาลา อ.พรหมคีรี อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช และ อ.ตะโหมด อ.กงหรา อ.ป่าบอน อ.ปากพะยูน อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ได้เตรียมความพร้อมตลอดเวลาหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ด้าน นายอภินันท์ เผือกผ่อง นายอำเภอลานสกา จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ได้ประกาศเตือนให้ชาวบ้านเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจาก อ.ลานสกา เป็นอีกหนึ่งพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม หลังจากวันที่ 7 พ.ย. เกิดเหตุดินถล่มในพื้นที่หมู่ 8 ต.กำโลน พบความเสียหาย 2 จุด ห่างกันประมาณ 500 เมตร ซึ่งแต่ละจุดเป็นพื้นที่สวนแบบเศรษฐกิจพอเพียง หรือสวนสมรม หมาก และสวนมังคุดของชาวบ้าน ไม่มีบ้านเรือนประชาชน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้บินสำรวจพื้นที่เทือกเขาหลวง พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงดินถล่มจำนวนหลายจุด พร้อมกับรายงานให้ทางนายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ทราบ ซึ่งนายธีระก็ได้ประสานกับนายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ให้เฝ้าระวังพื้นที่ 7 อำเภอ รอบเทือกเขาหลวง ที่อาจจะเกิดดินสไลด์ หรือดินโคลนถล่มในระยะนี้หากเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักอีกระลอก
นายปิยวัฒน์ สุคนธ์ หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ อย่างเร่งด่วน หากเกิดเหตุเลวร้ายขึ้นมาประชาชนก็พร้อมที่จะอพยพไปรวมตัวกันยังจุดที่นัดหมายไว้







