
ลงโทษฉวยโอกาส
ราคาไข่ไก่ และราคาข้าวสารที่ขึ้นอย่างไร้เหตุผลช่วงนี้ นับเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องลงไปจัดการกับพ่อค้าแม่ค้าที่ฉวยโอกาสให้เข็ดหลาบ
เห็นได้จากข่าวที่ข้าวสารมีการขึ้นราคาไปแล้วกิโลกรัมละ 12 บาท หรือข้าวสารบรรจุถุง 5 กิโลกรัม ราคาจะปรับขึ้นมากถึงถุงละ 510 บาท ขณะราคาไข่ไก่ จากรายงานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง มีการรายงานว่า ราคาไข่ไก่ได้ปรับขึ้นถึงใบละ 10 สตางค์ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึงกับเต้น สั่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงไปตรวจสอบ
ยิ่งเมื่อมาฟังเหตุผลในการขึ้นราคาของสินค้าที่ขึ้นขณะนี้ กรณีของข้าวสารที่ขึ้นกิโลกรัมละ 12 บาท โดยการอ้างเหตุว่าผลจากน้ำท่วมทำให้พื้นที่ปลูกข้าวเสียหายผลผลิตน้อยลงราคาจึงปรับขึ้น ซึ่งก็ไม่ควรจะขึ้นทันทีขณะนี้ เพราะสต๊อกข้าวเก่ายังมีอยู่ และสต๊อกรัฐยังมีอยู่เยอะมากถึงกว่า 5 ล้านตัน ดังนั้นการขึ้นราคาทันทีที่น้ำท่วมพื้นที่นาเสียหาย จึงเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เป็นการฉวยโอกาสเอาเปรียบอย่างแท้จริง ที่รัฐบาลควรจะต้องลงไปจัดการอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ เหตุผลที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกปรับขึ้นจากผลกระทบมาตรการที่สหรัฐอัดฉีดเงินรอบสองเข้าสู่ระบบอีก 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งข้าวเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาตลาดโลกปรับสูงขึ้นด้วย ก็ไม่น่าเชื่อว่าราคาข้าวส่งออกจะทำให้ราคาข้าวในประเทศสูงขึ้นทันทีขณะนี้ เพราะสต๊อกข้าวของพ่อค้าเองก็ยังมีของเก่า
หันมองไปที่ราคาไข่ไก่ ซึ่งรายงานในที่ประชุมระดับปลัดกระทรวงโดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่าไข่ไก่ขึ้นไปสูงถึงฟองละ 10 สตางค์ เมื่อสอบถามไป นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ ถึงกับมึน ว่าราคาไข่ไก่ขึ้นไปได้อย่างไร เพราะราคาหน้าฟาร์มไข่ไก่คละยังอยู่ที่ฟองละ 2.40 สตางค์ ตามที่ตกลงกัน ถ้าราคาขายปลีกไข่ไก่ในตลาดขึ้น แสดงว่าขั้นตอนที่ผ่านมือพ่อค้าแม่ค้ามีการฉวยโอกาสแน่ โดยผลผลิตไข่ไก่ที่ล้นตลาดขณะนี้อีก 50 ล้านฟอง ยังต้องหาทางระบายไปให้กรมราชทัณฑ์และกองทัพช่วยซื้อ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ราคาไข่ไก่จะขึ้นเพราะไข่ไก่ผลผลิตขาด
เมื่อไล่ตามเหตุผลของการขึ้นราคาข้าวสารและไข่ไก่ครั้งนี้แล้ว การขึ้นราคาครั้งนี้สาเหตุใหญ่มาจากการฉวยโอกาสขึ้นราคาแน่ เพราะต้นทุนสินค้าไม่ได้มีการปรับขึ้น และถ้าจะอ้างอุปสงค์อุปทาน ว่าของน้อยราคาย่อมปรับขึ้น จะเห็นได้ว่าทั้งข้าวสารและไข่ไก่ สต๊อกสินค้าทั้งสองชนิดยังเหลือล้นตลาด
รัฐบาลจึงควรเร่งจัดการกับพวกที่ฉวยโอกาสครั้งนี้ เพื่อเป็นตัวอย่างไม่ให้สินค้าอื่นๆ ฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนต่อไป







