posttoday
ศาลแรงงานพิพากษาให้โรงทอผ้ากรุงเทพจ่ายชดเชยคนงานป่วย

ศาลแรงงานพิพากษาให้โรงทอผ้ากรุงเทพจ่ายชดเชยคนงานป่วย

08 พฤศจิกายน 2553

ศาลแรงงานฎีกายืนสั่งโรงงานทอผ้ากรุงเทพ จ่าย 57 ล้านบาท ชดเชย 38 คนงาน ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบจากฝุ่นฝ้าย หลังยืดเยื้อมานาน 15 ปี

ศาลแรงงานฎีกายืนสั่งโรงงานทอผ้ากรุงเทพ จ่าย 57 ล้านบาท ชดเชย 38 คนงาน ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบจากฝุ่นฝ้าย หลังยืดเยื้อมานาน 15 ปี

ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 15 ศาลแรงงานกลาง ถนนพระราม 4 นายเกษมสันต์ วิลาวรรณ ผู้พิพากษา ได้อ่านฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นสั่งให้โรงงานทอผ้ากรุงเทพ และผู้บริหารโรงงาน ชดใช้ค่าเสียหายแก่กลุ่มคนงานรวม 38 คน ซึ่งป่วยด้วยโรคปอดอักเสบจากฝุ่นฝ้าย (byssisnosis) ที่ฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจำนวน 57 ล้านบาท  ในความผิดฐานประมาทเลินเล่อปล่อยให้มีมลพิษฝุ่นฝ้ายเป็นอันตรายต่อคนงานจนเกิดโรคปอดอักเสบเสื่อมสมรรถภาพร่างกาย โดยให้โรงงานชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องเป็นรายๆ ตามที่ศาลกำหนดรายละ 60,000 - 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราปีละ 7.5% ต่อปี ย้อนหลังกลับไป 15 ปี นับแต่วันฟ้องต่อศาลแรงงาน เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2538 ไปจนถึงวันชำระเสร็จ ท่ามกลางความดีใจของกลุ่มคนงานวัยเลยเกษียณที่หอบลูกจูงหลานมานั่งฟังคำพิพากษาจนล้นห้องพิจารณา  

นางสมบุญ สีคำดอกแค แกนนำอดีตคนงานโรงงานทอผ้ากรุงเทพ เปิดเผยว่า เพื่อนทุกคนที่ประสบชะตากรรมเฝ้ารอคอยวันพิพากษามายาวนานถึง 15 ปี เมื่อศาลมีคำพิพากษาออกมาแล้วก็ถือว่าคนงานได้รับความยุติธรรมในระดับหนึ่งแล้ว แต่หลายคนก็มาฟังคำพิพากษาไม่ได้ เพราะอายุมากและเดินทางไม่ไหว หลายคนอาการย่ำแย่ ทรุดหนักมีโรคแทรกซ้อน ต้องทนลำบากมานาน ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้

นางสมบุญ กล่าวว่า ถึงแม้จะได้เงินทดแทนแต่คงไม่คุ้มค่ากับสุขภาพและอนาคตที่ต้องสูญเสียไปทั้งชีวิต แต่ก็ถือว่าได้สร้างบรรทัดฐานให้กับผู้ใช้แรงงานอื่นๆ ให้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม เพราะตลอด 15 ปีที่ผ่านมา สัมผัสได้ว่าศาลเองก็ยังไม่มีความเข้าใจถึงเรื่องมลพิษจากสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรมทำให้กระบวนการพิจารณาคดีล่าช้า จึงอยากให้ศาลแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านสารพิษ และแยกศาลด้านสิ่งแวดล้มในการทำงานออกจากศาลแรงงานปกติ เพราะผู้ได้รับผลกระทบต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับการสูญเสียอนาคตและชีวิต จึงอยากเรียร้องให้ศาลเร่งพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับผู้เดือดร้อนเร็วขึ้นด้วย       

ด้าน พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล รองประธานสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (สผพท.) อดีตแพทย์ผู้ตรวจวินิจฉัยโรคของกลุ่มคนงาน กล่าวว่า คำพิพากษาฎีกาคดีนี้แยกเป็น 2 ประเด็นคือ 1.ศาลมีคำสั่งบังคับให้เจ้าของโรงงานจ่ายค่าทดแทนแก่กลุ่มคนงานเป็นค่าละเมิด และ 2.ศาลมีคำสั่งให้เจ้าของกิจการไปปรับปรุงสภาพภายในโรงงาน ซึ่งเป็นแหล่งมลพิษให้มีสภาวะแวดล้อมดีเหมาะสมแก่การทำงานมากขึ้น 

พญ.อรพรรณ์ กล่าวด้วยว่า ศาลแรงงานกลาง รับฟังข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่วินิจฉัยโรคของคนงานเป็นหลัก แม้ทางเจ้าของกิจการจะอุทธรณ์ต่อสู้โต้แย้งโดยใช้น้ำหนักจากแพทย์อื่นๆ ที่ไม่ได้วินิจฉัยโดยตรงแต่ก็ไม่มีน้ำหนัก มองได้ว่าศาลมีคำพิพากษาเชิงคุณภาพโดยยึดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่พบว่า มีสารเคมีปนเปื้อนเกิน 1 มิลลิกรัมต่อจุด แสดงว่าศาลมีความเข้าใจในประเด็นมลพิษต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้นแล้ว  

สำหรับคดีนี้ นางสมบุญ ร่วมกับเพื่อนคนงานรวม 38 คน อดีตพนักงานบริษัท โรงงานทอผ้ากรุงเทพ ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2538 หลังทั้งหมดมีอาการเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดอักเสบจากฝุ่นฝ้าย (byssisnosis) อันเป็นผลให้ปอดของผู้เป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพไปตลอดชีวิต 

ต่อมาวันที่ 30 ก.ย.2546 ศาลแรงงานกลาง ใช้เวลาพิจารณาคดีร่วม 8 ปี ก่อนมีคำพิพากษาให้โรงงานทอผ้ากรุงเทพ มีความผิดฐานประมาทเลินเล่อปล่อยให้มีมลพิษฝุ่นฝ้ายเป็นอันตรายต่อคนงานจนเกิดโรคปอดอักเสบเสื่อมสมรรถภาพร่างกาย และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องเป็นรายๆ ตามที่ศาลกำหนด รายละ 160,000-200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนด แต่บริษัททอผ้ากรุงเทพได้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน 

กระทั่งเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2549 ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน ได้อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์สั่งให้ศาลแรงงานกลาง ฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในสาระสำคัญว่า การที่พนักงานเป็นโรคจากฝุ่นฝ้ายเกิดจากการกระทำของจำเลยจริงหรือไม่ และระยะเวลาการละเมิด โดยให้พิจารณาเพิ่มเติมในเรื่องมาตรฐานของผ้าปิดจมูกและระเบียบการควบคุมให้พนักงานใช้ผ้าปิดจมูก รวมถึงพิจารณาในเรื่องอายุความ เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัย กระทั่งถึงชั้นฎีกาจึงมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในที่สุด 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ