
เสนอผ่ากระบวนการยุติธรรม3ส่วน
ตำรวจมีอำนาจเฉพาะจับโจร ศาลอุทธรณ์สอบพยานเพิ่มได้
โพสต์ทูเดย์
— เสนอปฏิรูปองค์กรตำรวจแยกอำนาจจับกุมออกจากสืบสวน ห้ามอัยการนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ เพิ่มอำนาจศาลอุทธรณ์สืบพยานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธานได้เสนอแนวทางปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 3 ส่วนต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยตำรวจ อัยการ และศาล พร้อมกับให้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนภายในเดือน พ.ย.นี้
ข้อเสนอของคณะกรรมการชุดนี้ให้รัฐบาลดำเนินการปฏิรูปองค์กรตำรวจ คือ แยกงานสอบสวนออกมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม โดยกำหนดประเภทคดีอาญาแผ่นดินให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน
ขณะที่คดีลหุโทษและคดีที่ยอมความได้ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ตำรวจและให้ตำรวจรับผิดชอบคดีที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวน ด้วยการปรับโครงสร้างให้ยึดโยงกับส่วนกลาง และกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นในระดับจังหวัด โดยให้มีคณะกรรมการบริหารงานตำรวจระดับจังหวัดโดยเฉพาะ ประกอบด้วยประชาชน อัยการ ตำรวจ และหน่วยงานคุมประพฤติ
นอกจากนี้ จัดให้มีตำรวจอาสาสมัครท้องถิ่นช่วยงานตำรวจ และเพิ่มตำรวจและพนักงานหญิง ปรับเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ และให้มีสถาบันการศึกษาอื่นๆ สามารถเปิดหลักสูตรตำรวจได้ โดยให้อยู่ในกำกับของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
สำหรับอัยการคณะกรรมการชุดนี้เสนอห้ามมิให้พนักงานอัยการไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐโดยไม่มีข้อยกเว้น กำหนดให้มีองค์กรที่ทำหน้าที่ในการพิจารณาสั่งฟ้องคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นการเฉพาะ คณะกรรมการอัยการพิเศษ เป็นคณะกรรมการสำหรับคดี และกำหนดให้คณะกรรมการอัยการมีโครงสร้างในแนวทางเดียวกับคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม
กำหนดให้การให้คำปรึกษาตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อการบริการสาธารณะตั้งแต่พันล้านบาทขึ้นไป สำนักงานอัยการสูงสุดต้องพิจารณาในลักษณะเป็นองค์คณะขึ้นมาพิเศษเฉพาะกิจ
ดังนั้นการปฏิรูปศาล คณะกรรมการชุดนายสมบัติเสนอให้ปรับบทบาทการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา โดยให้ศาลอุทธรณ์สามารถสืบพยานเพิ่มเติมได้
หากมีข้อสงสัยในข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และให้ศาลฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายหรือเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ทั้งนี้ ให้รัฐบาลจัดสรรงบ ประมาณเพื่อการดำเนินการของศาลโดยกำหนดอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละของงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อให้ศาลมีความเป็นอิสระจากนักการเมืองในกระบวนการพิจารณางบประมาณในรัฐสภา โดยทั้งหมดนี้จัดการให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย







