
กทม.รับมือน้ำทะเลหนุน
น้ำหนุนสูงสุดเมืองกรุง 1.98 เมตร ต่ำกว่าคาดการณ์ แต่ยังเอ่อท่วมปากคลองตลาดทำให้ต้องปิดท่าเรือชั่วคราว ขณะที่ท่าพระจันทร์น้ำท่วมพื้นที่นอกคันกั้นน้ำสูง 50ซม. ด้านผู้ว่าฯกทม.มั่นใจรับมือได้
น้ำหนุนสูงสุดเมืองกรุง 1.98 เมตร ต่ำกว่าคาดการณ์ แต่ยังเอ่อท่วมปากคลองตลาดทำให้ต้องปิดท่าเรือชั่วคราว ขณะที่ท่าพระจันทร์น้ำท่วมพื้นที่นอกคันกั้นน้ำสูง 50ซม. ด้านผู้ว่าฯกทม.มั่นใจรับมือได้
เมื่อเวลา 10.00 น. ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ลดระดับลงมาอยู่ที่ 1.95 เมตร หลังระดัยน้ำเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงน้ำทะเลหนุนเมื่อเวลา 08.30 น. อยู่ที่ระดับ 1.98 เมตร ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2 เมตร อย่างไรก็ตามระดับน้ำที่สูงขึ้นได้ เอ่อเข้าท่วมตลาดสดในปากคลองตลาด ทำให้การส่งสินค้าลำบาก และยังทำให้ต้องปิดการเดินเรือโดยสารชั่วคราว ที่ท่าเรือราชินี และท่าเรือข้ามฟากปากคลองตลาด-วัดกัลยาณมิตร โดยต้องเปลี่ยนท่าโดยสารใหม่ เนื่องจากน้ำได้เข้าท่วมสะพานไม้ ทำให้ประชาชนต้องใช้ท่าเรือชั่วคราวท่าอื่นแทน
ขณะที่ระดับน้ำบริเวณท่าพระจันทร์ได้เอ่อท่วมพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ โดยมีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 50 ซม. ส่งผลให้ร้านค้ามากกว่าครึ่งต้องปิดชั่วคราว แต่ประชาชนยังสัญจรไปมาได้ตามปกติ โดยอาศัยสะพานไม้ที่ทาง กรุงเทพมหานคร (กทม.) สร้างให้
ผู้ว่าฯกทม.มั่นใจรับน้ำทะหนุนสูงสุดได้
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัฒน์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจริมฝั่งแนวป้องกันริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณสะพานพุทธ ท่าช้าง เทเวศร์ และเกียกกาย ซึ่งเวลา 09.25น.วันนี้(8พ.ย.) น้ำทะเลจะหนุนสูงสุดในรอบปี
ทั้งนี้ กทม.มั่นใจว่า จะสามารถรับมือระดับน้ำทะเลหนุนได้ พร้อมกับเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนก และไม่ควรประมาท
"กทม.มั่นใจว่าจะสามารถรับน้ำทะเลหนุนได้ ประกอบกับวันนี้ไม่มีฝน จึงไม่น่าห่วง ที่น่าห่วงคือพื้นที่ต่างจังหวัด" ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าว
จากนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ เดินทางไปตรวจแนวกันน้ำด้านเหนือ บริเวณเขตบางซื่อ ที่ปากคลองบางเขนใหม่
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงสุดวันนี้ จะท่วมอยู่ที่ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง2ชั่วโมง และกลับมาหนุนอีกรอบในช่วงเย็น โดยกรมชลประทาน และกองทัพเรือ จะร่วมมือกันควบคุมให้ระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุดวันนี้อยู่ที่ไม่เกิน 2.20 เมตร ซึ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุด เมื่อวันที่ 26-27 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่อยู่ระดับ 2.8 เมตร
"จังหวัดริมฝั่งเจ้าพระยา เช่น ปทุมธานี ได้เตรียมกระสอบทรายเป็นคันกั้นน้ำสูงถึง 3 เมตร แต่บางพื้นที่ของจังหวัดนนทบุรี ที่ไม่มีกระสอบทรายกั้น ก็ต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก" นายอภิรักษ์ กล่าว
ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จ.อุบลราชธานี ปริมาณน้ำมูล และน้ำชี ก็เริ่มชะลอ ได้แจ้งเตือนไปยัง อ.โกสุมพิสัย และ อ.เมือง จ.มหาสารคาม รวมถึง จ.ร้อยเอ็ด ให้ระมัดระวังน้ำจากแม่น้ำชี ส่วน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษได้เตือนให้ระมัดระวัง น้ำจากแม่น้ำมูล
ส่วนสถานการณ์ที่ภาคใต้เริ่มคลี่คลาย หลังจาก จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี มีปริมาณฝนตกหนัก และจ.พัทลุง ประสบวาตภัย







