posttoday
ถอดรหัส 'ศอฉ.' เตือนบึ้มป่วนส่งท้ายปี

ถอดรหัส 'ศอฉ.' เตือนบึ้มป่วนส่งท้ายปี

08 พฤศจิกายน 2553

กลับมาอีกครั้งสำหรับเสียงระเบิดป่วนกรุงซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ยังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ร่วมกับ จ.ปทุมธานีและนนทบุรี

กลับมาอีกครั้งสำหรับเสียงระเบิดป่วนกรุงซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ยังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ร่วมกับ จ.ปทุมธานีและนนทบุรี

โดย...ทีมข่าวการเมือง

 

ถอดรหัส 'ศอฉ.' เตือนบึ้มป่วนส่งท้ายปี

กลับมาอีกครั้งสำหรับเสียงระเบิดป่วนกรุงซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ยังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ร่วมกับ จ.ปทุมธานีและนนทบุรี

โดยเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา บริเวณศูนย์บริการผู้สูงอายุดินแดงหลังจากเสียงระเบิดเงียบหายไปนานแบบไม่ทราบสาเหตุ

ทันทีที่เสียงระเบิดดังขึ้นศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ก็ออกประกาศคำเตือนถึงสถานการณ์อันตรายที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ทันที

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือน พ.ย. อันเป็นช่วงเวลาที่กำลังเข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งนั่นย่อมเป็นการสร้างความหวาดผวาให้กับสังคมไม่น้อย

“สำนักข่าวกรองแห่งชาติได้รายงานต่อที่ประชุมว่าในเดือน พ.ย.นี้ จะมีการเคลื่อนไหวและสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในจุดที่มีประชาชนใช้บริการกันมาก รวมถึงการปองร้ายบุคคลสำคัญของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ศอฉ.จึงได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและบูรณาการด้านการข่าวมากขึ้นเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้มีการสร้างสถานการณ์ ซึ่งจะเริ่มวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่เดือนนี้ไปจนถึงปีใหม่”

เป็นท่าทีของ ศอฉ.ผ่านการแถลงของ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ขณะเดียวกันการประชุม ศอฉ.ครั้งล่าสุดยังมีรายงานถึงการเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นพิเศษอีกด้วย

เนื่องจากในช่วงเดือน พ.ย. จะมีการรวมพลเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองขึ้นในวันที่ 13 พ.ย. และวันที่ 19 พ.ย. ซึ่งเป็นการครบรอบ 6 เดือนการเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และการสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์

สิ่งที่ ศอฉ.กังวลมากที่สุดก็คือ ในช่วงเทศกาลลอยกระทงที่จะมาถึงในวันที่ 21 พ.ย.นี้ เพราะจะมีการจุดพลุเฉลิมฉลองหรือการเล่นอุปกรณ์ที่มีเสียงคล้ายระเบิด เช่น ประทัดยักษ์ เป็นต้น ทำให้เกรงว่าจะเป็นช่องว่างสำคัญที่คนร้ายจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ได้

อย่างไรก็ตาม มาตรการของ ศอฉ.ในตอนนี้จะหนักไปทางการเฝ้าระวัง แต่พร้อมจะยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นทันทีหากเกิดสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจเกิดขึ้น

ความน่าสะพรึงกลัวของเดือน พ.ย.นี้ มาจากการไปประจวบเหมาะกับปฏิทินการเมืองหลายรายการ

นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงดังกล่าวแล้วยังมีคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่กำลังงวดเข้ามาทุกที ซึ่งจะมีการยื่นคำแถลงปิดคดีในวันที่ 29 พ.ย.นี้ ท่ามกลางกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังเป็นไปอย่างเข้มข้น

หากยังจำกันได้ในช่วงรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2549 เคยเกิดเหตุการณ์วางระเบิดหลายจุดสำคัญใน กทม. ระหว่างเทศกาลส่งท้ายปีเก่าวันที่ 31 ธ.ค. 2549 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากมาแล้ว

เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เพราะประเทศไทยในเวลานั้นแทบเรียกได้ว่าเป็นยุคของทหารครองเมืองแบบเข้มข้นหลังจากการยึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีผลให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

สังคมไทยที่เคยปราศจากเสียงระเบิดแบบในอดีตจะไม่มีอีกแล้ว

จากบทเรียนที่ผ่านมา จึงไม่แปลกที่ ศอฉ.ต้องมีมาตรการระวังเป็นพิเศษกับสถานการณ์ในช่วงปลายปีนี้มากกว่าทุกๆ ครั้ง

โดยเมื่อมองเหตุการณ์ตลอดทั้งปีนี้ประเทศไทยต้องพบกับเสียงระเบิดนานาชนิดหลายครั้งโดยบางครั้งมีการสร้างสถานการณ์หลายแห่งภายในวันเดียว

ประกอบกับนับวันความขัดแย้งทางการเมืองก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น แบบไม่มีใครยอมใคร ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสวงหาความรุนแรงมากขึ้น

ตรงนี้ย่อมมีผลต่อการทำงานของ ศอฉ.ที่ต้องมีมาตรการออกมา

อย่างไรก็ตาม การประกาศเตือนของ ศอฉ.ดังกล่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วย่อมเป็นการหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่งไม่มากก็น้อยเช่นกัน โดยประเมินได้หลายด้านด้วยกัน

ด้านหนึ่ง แน่นอนว่าเป็นการประกาศให้ประชาชนตื่นตัวและช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อร่วมกันเฝ้าระวังผู้ประสงค์ร้ายต่อบ้านเมือง เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรกับการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังของ ศอฉ.ไปในตัว

รวมทั้งยังเป็นการดักทางกลุ่มผู้สร้างความไม่สงบให้ระวังตัวเอาไว้ด้วยหากคิดจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

ประการสำคัญของด้านนี้ คือ ช่วยให้การคงไว้ซึ่งของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม.ยังคงมีความชอบธรรมพอต่อไปเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการควบคุมสถานการณ์หากเกิดอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นมา

ขณะที่อีกด้านย่อมหวังผลทางอ้อมเพื่อทำลายความชอบธรรมการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงให้ลดน้อยถอยลงไป โดยเฉพาะในช่วงเกิดอุทกภัยที่สร้างความทุกข์ระทมต่อเพื่อนร่วมชาติจำนวนมาก

แต่ควรจะเป็นช่วงเวลาของการสร้างความร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมรวมถึงถูกซ้ำเติมด้วยภัยหนาวที่กำลังสร้างความเดือดร้อนตามมาติดๆ

แน่นอนที่สุดผู้ที่หวังจะออกมาป่วนเมืองในช่วงน้ำหลากเช่นนี้ โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงต้องตอบคำถามของสังคมว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวทำไปเพื่อหวังผลอะไรกันแน่

บวกกับคนในสังคมเมืองหลวง ซึ่งเริ่มเบื่อหน่ายกับการเมืองนอกสภา เพราะได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง เนื่องเพราะไม่เห็นว่าข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงจะเป็นจริงได้ในเชิงรูปธรรม

ที่สุดแล้วไม่ว่าประกาศเตือนของ ศอฉ.จะมีจุดประสงค์อะไร แต่ผลที่ตามมาที่แสดงให้เห็นแล้ว คือ การเมืองไทยยังไร้ทางออกด้วยแนวทางสันติวิธี และคงเผชิญหน้ากันไปอีกยาวนาน

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ