posttoday
คุณสมบัติ สส.-สว.

คุณสมบัติ สส.-สว.

08 พฤศจิกายน 2553

....สมชาย ตระกูลรุ่ง

เรียบร้อยโรงเรียนศาลรัฐธรรมนูญไปแล้วสำหรับคดีคุณสมบัติของท่านผู้ทรงเกียรติ ทั้ง สส. และ สว. ยังเหลือก็แต่คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ที่กำลังถูกกดดันอย่างหนักจากผู้ไม่หวังดี

ถ้าเป็นผู้หวังดีเขาคงไม่ทำกัน

คำพิพากษาคดีคุณสมบัติ สส.สว. ที่ตัดสินไปเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่คำพิพากษาให้ตายหมู่เล็ก ไม่ใช่หมู่ใหญ่ และกระจายไปทั่วทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ยกเว้นท่านสว. ที่หลุดรอดไปได้ คำพิพากษานี้จึงไม่กระทบทางการเมืองจนเป็นนัยสำคัญ น่าจะเป็นที่ยอมรับกันได้

แต่ถ้าตายหมู่ใหญ่ ทั้งพวง 45 ท่าน ไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างที่เห็นหรือไม่

ที่มาที่ไปของคดีนี้ เกิดจาก สว.นักตรวจสอบ ที่เปิดรัฐธรรมนูญในหัวข้อการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งกฎหมายแล้วเห็นว่า มาตรา 265 เป็นจุดเริ่มต้นที่ห้าม สส.สว. ถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ หรือเป็นคู่สัญญาผูกขาดตัดตอน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

และมาตรา 48 ก็ยังห้ามถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการ สื่อสารมวลชน คือ พวกทำสื่อทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พวกโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ต ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

และไม่ว่าท่านผู้ทรงเกียรติจะถือหุ้นเอง หรือคู่สมรส หรือบุตร จะเป็นผู้ถือหุ้นก็ตาม

บริษัทที่มีลักษณะดังกล่าวมีอยู่เกลื่อนในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ยากที่จะตรวจสอบ ในที่สุดก็ได้เหยื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน รวมทั้งสิ้น 45 ท่าน

คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาลก็ติด 1 ใน 45 ท่านด้วย แต่คุณสุเทพชิงลาออกเสียก่อน เพราะติดภารกิจสำคัญในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง อำนาจล้นมือล้นฟ้า จึงอยากจะทำงานในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมากกว่า

บางท่านสงสัยว่า ทำไมจึงดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีได้ ไม่ต้องห้ามหรือ

มาตรา 265 เป็นบทบัญญัติห้ามเฉพาะสส.สว. ส่วนมาตรา 48 นั้น ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งรวมไปถึงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย

เข้าใจว่า คุณสุเทพไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทสื่อสารหรือโทรคมนาคม แต่น่าจะถือหุ้นในบริษัทสัมปทานตามมาตรา 265 และข้อห้ามของการเป็นรัฐมนตรี มีกำหนดไว้อีกมาตราหนึ่ง คือ มาตรา 269 ซึ่งห้ามรัฐมนตรีถือหุ้นหรือคงไว้ซึ่งหุ้นของบริษัท โดยไม่จำกัดประเภทของธุรกิจ แต่จำกัดจำนวนหุ้นไว้ ฉะนั้นแม้จะเป็นบริษัทในครอบครัว ถ้าถือหุ้นเกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนด ก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง เหมือนกรณีของคุณไชยา สะสมทรัพย์ ในรัฐบาลคุณสมัคร สุนทรเวช ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุนี้

การพ้นจากตำแหน่งไม่ว่ากรณี สส.สว. หรือกรณีของรัฐมนตรี ไม่ต้องเว้นวรรคเหมือนกรณียุบพรรค จึงสมารถกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่ได้อีก

นักการเมืองไทยๆ จึงไม่สนใจถึงความเหมาะสม ไม่คำนึงถึงจริยธรรม ไม่นำพาต่อความสง่างาม เมื่อมีช่องให้ทำได้ ศรีธนญชัยย่อมต้องทำ

ประเด็นสำคัญในคดีนี้ คือ การถือหุ้นของสส.สว. ในบริษัทที่ต้องห้ามนั้น จะรวมถึงการถือหุ้นก่อนการเข้าดำรงตำแหน่งด้วยหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยเสียง 7 ต่อ 1 ว่า การถือหุ้นก่อนดำรงตำแหน่ง ไม่เป็นการต้องห้าม โดยตีความว่า มาตรา 265 ไม่ได้บัญญัติให้รวมถึงการ “คงไว้” ซึ่งต่างจากมาตรา 269 ที่มีบทบัญญัติห้ามรัฐมนตรี “คงไว้” ซึ่งหุ้นของบริษัท

เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ห้ามการถือหุ้น เนื่องจากไม่ต้องการนักการเมืองใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตนเอง หรือเข้าครอบงำสื่อสารมวลชน เพื่อเอาเปรียบนักการเมืองอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจสำหรับ สส.ชุดนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเพราะเราเพิ่งจะได้ สว.จอมตรวจสอบใน สว.ชุดนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจสำหรับ สส.สว. ในรัฐสภาชุดนี้

อย่าไปคิดมากครับ ถือเสียว่าเป็นการเสียสละตำแหน่งสำหรับเป็นบรรทัดฐานต่อไป

โดยข้อเท็จจริงแล้ว น่าเห็นใจ สส.ทั้ง 6 ท่าน ที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง เพราะการถือหุ้นในบริษัทต้องห้าม เนื่องจากเป็นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อเก็งกำไรจริงๆ ไม่ได้คิดจะเข้าเอื้อประโยชน์แต่อย่างใด เพราะมีจำนวนหุ้นเพียงเล็กน้อย ไม่สามารถเข้าครอบงำหรือบริหารกิจการได้ และบางท่านมีลักษณะทำกำไรระยะสั้นจริงๆ คือ ซื้อมาขายไปเพื่อเก็งกำไร

แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อนักการเมืองบ้านเรา เป็นลูกศิษย์ศรีธนญชัยเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเปิดช่องเมื่อไร ไม่ว่าช่องเล็กช่องใหญ่ เป็นต้องมุดออกช่องนั้น หากจะกำหนดจำนวนหุ้น จะถือเอาจำนวนเท่าใด

จำนวนหุ้นที่มีมูลค่า 1 ล้านบาท สำหรับคนที่มีเงินพันล้านหมื่นล้านบาท อาจไม่จูงใจให้เอื้อประโยชน์ แต่เงิน 1 ล้านบาท สำหรับคนที่มีเงิน 10 ล้านบาท เท่ากับ 10% จึงเกิดแรงจูงใจให้เอื้อประโยชน์ได้

รัฐธรรมนูญจึงตัดปัญหา ไม่ต้องให้เกิดศรีธนญชัย โดยการห้ามเด็ดขาดไปเลย

มี สส.ที่ต้องคำพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่งท่านหนึ่ง ที่น่าเห็นใจมาก ท่านซื้อหุ้นหลังวันเลือกตั้ง 10 วัน แต่ก่อนที่จะประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ เป็นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ธรรมดาๆ และบังเอิญท่านเป็น สส.ระบบสัดส่วน จึงไม่ต้องมีการเลือกตั้งซ่อม แต่ขยับคนถัดไปให้เป็น สส.แทนได้เลย

สส.ที่ขยับได้ตำแหน่งแทน คงเจ็บระบมเท้าไปหลายวันเพราะส้มหล่นใส่อย่างแรง

สส.ท่านนี้ ท่านออกมาตัดพ้อต่อว่า ขอความเห็นใจว่า ท่านถือหุ้นจำนวนน้อย บางท่านถือหุ้นมากกว่าแต่กลับไม่โดนถอดถอน นอกจากนี้ สส.ท่านอื่น เป็น สส.เลือกตั้ง ลงเลือกตั้งซ่อมได้แต่ท่านไปแล้วไปเลย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท