
เนติวิทย์จำลองบัตรเลือกตั้งสส.แขวนคอขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารปีที่ 3
สมุทรปราการ-"เนติวิทย์"ผู้ต่อต้านการเกณฑ์ทหารแควนบัตรเลือกตั้งสส.จำลองไปขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารเป็นปีที่3 ชี้ผบ.ทบ.ไล่ฟ้องฝ่ายตรงกันข้ามถือเป็นการใช้อำนาจกลั่นแกล้งพลเมือง
สมุทรปราการ-"เนติวิทย์"ผู้ต่อต้านการเกณฑ์ทหารแควนบัตรเลือกตั้งสส.จำลองไปขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารเป็นปีที่3 ชี้ผบ.ทบ.ไล่ฟ้องฝ่ายตรงกันข้ามถือเป็นการใช้อำนาจกลั่นแกล้งพลเมือง
เมื่อวันที่ 4 เม.ย.62 นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อายุ 22 ปี นักศึกษา และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ซึ่งแสดงจุดยืนให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ได้จำลองบัตรเลือกตั้งสส.แขวนคอ เดินทางไปที่สถานที่คัดกรองคัดเลือกทหารที่ภายในโรงเรียนเทศบาล 1 (เยี่ยมเกษสุวรรณ) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เพื่อขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารซึ่งปีนี้เป็นการขอผ่อนผันเป็นปีที่ 3เนื่องจากยังศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายเนติวิทย์ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 133
สำหรับข้อความที่ป้ายแขวนคอของนายเนติวิทย์ เขียนคำว่า"นายสั่งมาอยู่กลางบัตร" และกระดาษอีก 2 แผ่นที่มีข้อความว่า"เกณฑ์กองทัพออกจากการเมือง" "หยุดสร้างวาทกรรมแบ่งแยกคนไทย" อีกใบหนึ่งมีข้อความว่า"เกณฑ์นายพลกลับกรมกอง"
หลังเข้ายื่นเอกสารหารผ่อนผันการเกณฑ์ทหารแล้ว นายเนติวิทย์ กล่าวว่า ป้ายที่แขวนคอนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวถึงความไม่สุจริตโปร่งใสในกระบวนการการเลือกตั้งที่ผ่านมา และก็คำว่านายสั่งมา ก็เป็นคำหนึ่งที่มันผุดขึ้นมาในหัว เมื่อเห็นว่ามันมีบัตรเกินบัตรเสริมเยอะมาก ส่วนมันจะมีความหมายว่าอย่างไรก็แล้วแต่จะตีความเอาแล้วกัน ส่วนอีก 2 แผ่นที่นำมาด้วย ก็คือ เกณฑ์ทหารออกจากการเมือง เราต้องการให้ทหารเป็นทหารอาชีพ แต่ทหารทุกวันนี้เราจะเห็นว่าไม่เป็นทหารอาชีพ และการเกณฑ์ทหารเกณฑ์คนเข้าไปเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองให้กับกลุ่มนายทหารชนชั้นสูงเท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นประโยชน์ของราษฎรจริงๆ
"การเกณฑ์ทหารที่เราบอกว่ารักชาติ จริง ๆ มันเป็นประโยชน์ของใครกันแน่ และก็สร้างวาทกรรมอีกตอนนี้ก็มีการแบ่งแยกให้คนไทยแตกแยกแตกต่างกัน โดยบอกคนนี้เป็นคนไทยที่ทำตัวไม่ถูกต้อง อย่างนี้เป็นต้น ตรงนี้ไม่ใช่หน้าที่ของทหารไม่ใช่หน้าที่ของ ผบ.ทบ. ที่จะออกมาพูดนี่คือสิ่งที่อยากแสดงออก ก่อนที่จะเกณฑ์ทหารก็ต้องทำให้คุณปลอดพ้นจากการเมืองก่อน เป็นประโยชน์จริงของราษฎรและประชาชนทุกคน"
อีกข้อความหนึ่งที่เอามาก็คือ เกณฑ์นายพลกลับกรมกอง ซึ่งผมคิดว่าเกณฑ์นายพลกลับกรมกอง ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ควรจะทำก่อนที่จะเกณฑ์ทหาร ฉะนั้นการมาที่นี่ไม่เห็นด้วยกับการเกณฑ์ทหาร และก่อนที่จะเกณฑ์ทหาร ผบ.ทบ.ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีก่อน และเป็นตัวอย่างที่ดีก่อนของคนไทย ตอนนี้ไม่เป็นสร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมืองทุกวันนี้ และหลังจากที่จบจากการศึกษาแล้วตนก็จะยังต่อต้านการเกณฑ์ทหารอยู่เหมือนเดิมและก็จะมาผ่อนผันอีกแต่จะรณรงค์ในระยะยาวให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติการเกณฑ์ทหาร และอาจจะเป็นไปได้ถึงการต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ด้วย
"คนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่ไม่อยากจะมาเกณฑ์ทหาร เขามีความรับใช้ชาติในมุมมองของเขา เขามีทักษะมีความสามารถต่าง ๆ แต่เขาต้องมาอยู่ในกรงขังมนุษย์คิดว่ามันไม่เหมาะสม และการเมืองปัจจุบัน และที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดนมาตรา 116 เป็นการกลั่นแกล้งชัดเจน สำหรับคนไทยเขาก็รู้อยู่ เห็นว่า ผบ.ทบ.ออกมาพูด เห็นคนโน้นคนนี้ออกมาพูด มีการไปฟ้องร้องต่าง ๆ นั่นบ่งบอกชัดเจนว่ามีการกลั่นแกล้งทางการเมืองก็แสดงให้เห็นว่าทหารไม่ได้มีความสามารถนอกจากกลั่นแกล้งพลเมือง ขนาดคำพูดเขายังกลัวเลย เพราะสิ่งที่เขามีแต่เขาไม่มีความจริง เขาถูกเปิดโปงความจริง เขาเลยกลัวความจริง พลเมืองไทยต้องไม่กลัวความจริง" นายเนติวิทย์ กล่าว







