
ศาลสั่งปรับ "จ่าประสิทธิ์" ละเมิดอำนาจพกปืนเข้าศาล
ศาลปรับ "จ่าประสิทธิ์" อดีต นปช. 500 บาท ฐานละเมิดอำนาจพกปืนเข้าศาล ขณะที่ ตำรวจคุมตัวสอบคดีพกปืนในที่สาธารณะต่อ เจ้าตัวยืนยันไม่มีเจตนา
ศาลปรับ "จ่าประสิทธิ์" อดีต นปช. 500 บาท ฐานละเมิดอำนาจพกปืนเข้าศาล ขณะที่ ตำรวจคุมตัวสอบคดีพกปืนในที่สาธารณะต่อ เจ้าตัวยืนยันไม่มีเจตนา
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 62 เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ศาลอาญา ได้ควบคุมตัว จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และอดีต แนวร่วม นปช. เนื่องจากพบว่าได้พกพาอาวุธปืนเข้ามาในบริเวณศาล ขณะเดินทางมายื่นอุทธรณ์ คดีจำคุก 2 ปี ฐานรับของโจรและครอบครองยุทธภัณฑ์
ทั้งนี้ขณะที่จ.ส.ต.ประสิทธิ์ นำกระเป๋าผ่านเครื่องสแกนตรวจอาวุธ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจพบว่า มีวัตถุคล้ายอาวุธอยู่ในกระเป๋าเป้ที่สะพายมา จึงทำการตรวจค้น ก็พบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด.357 บรรจุลูกกระสุนอยู่เต็มรังเพลิง
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไปยังห้อง ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา พร้อมประสานแจ้งเรื่องดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เจ้าของท้องที่รับทราบและเดินทางมาสอบสวน
ภายหลังใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ได้เสนอศาลตั้งสำนวนกล่าวหา จ.ส.ต.ประสิทธิ์ กระทำการละเมิดอำนาจศาล
ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. ที่ห้องพิจารณา 809 ศาลได้ออกนั่งบัลลังก์ พิจารณาคดีที่ ผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ผู้กล่าวหา ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวน "จ.ส.ต.ประสิทธิ์" ผู้ถูกกล่าวหา ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล กรณีพกพาอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .357 พร้อมเครื่องกระสุน เข้ามาในอาคารศาลอาญา
โดยฝ่ายผู้กล่าวหา มี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยศาล ผู้ตรวจพบอาวุธปืนและควบคุมตัว กับนิติกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้าส่วนบริการประชาชน ผู้รับมอบอำนาจจาก ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ขึ้นเบิกความเล่าถึงเหตุการณ์ว่าได้ตรวจพบเจออาวุธปืนดังกล่าว ระหว่างการตรวจค้นบริเวณประตูทางเข้าศาลอาญา
ขณะที่ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหา มีทนายความเข้าร่วม โดยได้แถลงต่อศาลว่าอาวุธปืนดังกล่าว ภรรยาเป็นผู้นำใส่ไว้ในกระเป๋าให้ก่อนที่จะเดินทางเข้า กทม. โดยที่ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไม่ทราบมาก่อนว่ามีอาวุธปืนอยู่ ซึ่งการเดินทางเข้า กทม.ในครั้งนี้ก็สืบเนื่องจาก ที่ได้นัดกับทนายความไว้ที่ศาลอาญาเพื่อที่จะมายื่นอุทธรณ์คดีที่ตกเป็นจำเลยในความผิดพ.ร.บ.เครื่องยุทธภัณฑ์
ในการเดินทางนั้น จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวมาแต่เกิดอาการง่วง จึงจอดรถไว้ที่สถานีขนส่ง จ.นครราชสีมา แล้วนั่งรถ บขส. ต่อมายังกรุงเทพฯ ซึ่งเข้าใจว่าในกระเป๋าเป้มีเพียงเสื้อผ้า และเงิน 300,000 บาทที่จะนำมาชำระหนี้ค่าปุ๋ยกับนัดแพทย์เพื่อปลูกผมไว้ โดยระหว่างที่เดินทางเข้ามาในอาคารศาลอาญา ก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจยื่นกระเป๋า ให้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศาลนำเข้าเครื่องสแกนตรวจอาวุธ และเมื่อเครื่องตรวจพบว่ามีอาวุธปืนก็ยังรู้สึกตกใจ จึงขอให้ศาลลงโทษสถานเบา โดยจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
ศาล พิจารณาถ้อยคำจากการไต่สวนเเล้ว รับฟังได้ว่า จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหา พกพาอาวุธเข้ามาในศาลจริง ซึ่งกรณีถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล แต่ก็ได้ความว่าระหว่างเข้ามาในบริเวณศาลอาญา จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ยินยอมให้ตรวจค้นอาวุธจึงเห็นว่า ไม่มีเจตนาที่จะก่อความไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล จึงพิพากษาลงโทษปรับ 500 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลมีคำพิพากษาคดีละเมิดอำนาจศาลแล้ว ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ก็ได้ควบคุมตัว จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไปยังสถานีตำรวจ เพื่อสอบสวนตามขั้นตอนต่อไปว่าเป็นการพกพาอาวุธปืนฯ ไปในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร และไม่ได้รับอนุญาต และพกพอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ หากกระทำผิดก็จะดำเนินคดีอาญาต่อไป
ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ







