posttoday
"บุญจง-เกื้อกูล" ไม่ออกไม่ได้?

"บุญจง-เกื้อกูล" ไม่ออกไม่ได้?

05 พฤศจิกายน 2553

โดย....ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

โดย....ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

"บุญจง-เกื้อกูล" ไม่ออกไม่ได้? นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์

กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมเป็นอย่างมากสำหรับการตีความว่า ‘บุญจง วงศ์ไตรรัตน์’ และ "เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร" ต้องลาออกจากตำแหน่งรมช.มหาดไทยและรมช.คมนาคมหรือไม่หากต้องการสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครราชสีมา และ พระนครศรีอยุธยา

ปัญหาในเรื่องนี้ต้องไปกลับไปดูรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ในมาตรา 102 ที่บัญญัติถึงคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัครส.ส.

โดยในมาตรา 102 (11) ที่ระบุถึงบุคคลต้องห้ามใช้สิทธิลงสมัครว่า “เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ”

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 มาตรา 4 ให้นิยามของคำว่า เจ้าหน้านี้ของรัฐเอาไว้ดังนี้

"เจ้าหน้าที่ของรัฐ"หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งมีตำแหน่ง หรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือบุคคลผู้ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ ผู้บริหาร ท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ และให้หมายความ รวมถึงกรรมการ อนุกรรมการ ลูกจ้างของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานของรัฐ และบุคคลหรือคณะบุคคลซึ่งใช้อำนาจหรือได้รับมอบให้ ใช้อำนาจทางการปกครองของรัฐในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตาม กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งขึ้นในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการ อื่นของรัฐ

ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" หมายความว่า

(1) นายกรัฐมนตรี

(2) รัฐมนตรี

(3) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(4) สมาชิกวุฒิสภา

(5) ข้าราชการการเมืองอื่นนอกจาก (1) และ (2) ตามกฎหมายว่า ด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง

(6) ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

(7) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

(8) ผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนคร

(9) ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ที่มีรายได้หรืองบประมาณไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ในกรณีนี้  นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ให้ความเห็นว่า หากตีความตามรัฐธรรมนูญจะเห็นได้ว่าทั้งนายบุญจงและนายเกื้อกูลควรจะต้องลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. เพราะรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ป้องกันไม่ให้ผู้สมัครที่ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไปใช้อำนาจ เพื่อสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง

“เพื่อป้องกันปัญหาในการตีความถ้าทั้งสองคนจะลงสมัครเลือกตั้งก็น่าจะลาออก เพราะในทางการเมืองแล้วทั้งสองคนก็สามารถกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้เนื่องจากไม่ได้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยให้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เพียงแต่เป็นการให้พ้นสภาพส.ส.เท่านั้น” นายเสรี กล่าว

สำหรับในประเด็นที่นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย อ้างว่าไม่จำเป็นต้องลาออกโดยเทียบเคียงกับกรณีนายกรัฐมนตรีรักษาการณ์หลังประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรและลงสมัครรับเลือกได้ รองประธานส.ส.ร. กลับเห็นตรงกันข้ามว่า ในมาตรา 181 ของรัฐธรรมนูญได้ให้ความคุ้มครองเอาไว้โดยระบุในทำนองว่าในกรณีที่มีการประกาศยุบสภาฯหรือนายกฯต้องพ้นจากตำแหน่งไปที่มีผลให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) ทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยกำหนดให้ครม.ที่พ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีครม.ชุดใหม่มาทำหน้าที่ ดังนั้น จะเห็นได้ว่าไม่สามารถเอาเทียบเคียงกับกรณีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท