
เตือนภัยใต้ฝนกระหน่ำต่อเนื่อง
เตือนภัยใต้ฝนกระหน่ำต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำลด
เตือนภัยใต้ฝนกระหน่ำต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำลด
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย กล่าวสรุปสถานการณ์ว่าพื้นที่ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย รวม 30 จังหวัด 208 อำเภอ 1,379 ตำบล 9,325 หมู่บ้าน และประชาชนได้รับผลกระทบ 7.58 แสนครัวเรือน 2.44 ล้านคน โดยมีจังหวัดสงขลา สตูล ตรัง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี พัทลุง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และชุมพร 114 อำเภอ 666 ตำบล 3,831 หมู่บ้าน 2.13 แสนครัวเรือน 7.50 แสนคน โดยมีผู้เสียชีวิต 140 คน เฉพาะภาคใต้ 30 คน
สถานการณ์น้ำ ภาคเหนือ จังหวัดนครสวรรค์น้ำท่วมขังแนวโน้มลดลง ภาคกลาง สิงห์บุรี อ่างทอง นนทบุรี ลพบุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี ปทุมธานี น้ำเริ่มลดลง ขณะที่อยุธยา น้ำยังคงทรงตัว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศหนาวเย็นและมีลมแรง ระดับน้ำในชัยภูมิ น้ำลดลง ขณะที่นครราชสีมาบริเวณน้ำตาปีมีแนวโน้มสูงขึ้น รวมถึงมหาสารคาม กาฬสินธุ์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี น้ำเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน สำหรับภาคใต้ ระดับน้ำอ.หาดใหญ่ จ.ชุมพร ต่ำกว่าตลิ่งแล้ว เชื่อว่าในพื้นที่น้ำท่วมขังจะระบายน้ำได้รวดเร็วขึ้น แต่ที่น่าห่วง คือ สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช ตรัง ปัตตานี นราธิวาส และยะลา และสตูล ที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงและมีฝนตกต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทำให้หลายพื้นที่น้ำท่วมสูง เช่น สุราษฎร์ธานี อ.ดอนสักน้ำท่วมสูง 2 เมตร อ.ไชยา อ.ท่าชนะ อ.ท่าฉาง น้ำท่วมสูงประมาณ 0.5 -1 เมตร ส่วนจ.นครศรีธรรมราช อ.เมือง อ.พระพรหม ต.โพธิ์เสด็จ ต.นาเคียน ต.นาทราย มีน้ำท่วมขัง 70% ของพื้นที่ ทำให้น้ำท่วมขังประมาณ 30-80 ซม.
สำหรับการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยที่จะเกิดน้ำท่วมสูงมากขึ้น ในภาคเหนือและภาคอีสาน ความกดอากาศสูงแผ่มาปกคลุมทำให้มีอากาศหนาวเย็นต้องเฝ้าระวังภัยหนาว เนื่องจากในอุณหภูมิจะลดต่ำลง มีลมแรง อุณหภุมิต่ำสุด 14 องศาเซลเซียส ไม่มีฝนตก
สำหรับลุ่มน้ำมูล ปริมาณน้ำสูงสุดอยู่ที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม และกำลังเข้า อ.เมือง จ.มหาสารคาม ล้นตลิ่ง 23 ซม. คาดว่าล้นตลิ่งภายในวันนี้ จากนั้นน้ำเคลื่อนตัวเข้าอ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ต่อด้วยยโสธร และมหาสารคาม ซึ่งพื้นที่บริเวณแม่น้ำชี จะได้รับผลกระทบโดยน้ำจะเข้าสู่ จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 7-8 พ.ย.นี้
ภาคกลาง อากาศเย็นและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22 สูงสุด 23 องศาเซลเซียส ส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำให้อยู่ที่ 3,100 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้จังหวัดบริเวณท้ายเขื่อนที่มีน้ำท่วมขังนาน เช่น ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี สามารถระบายน้ำออกได้บางส่วน ทำให้น้ำท่วมขังน้อยลง อย่างไรก็ตามต้องเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงสุดระหว่างวันที่ 7-8 พ.ย. ซึ่งอาจทำให้น้ำล้นตลิ่งในบางพื้นที่
และภาคใต้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ทั้ง 2 ฝั่งมีฝนตกชุกหนานแน่น และตกหนักในบางแห่ง คลื่นลมแรง โดยเฉพาะอ.เกาะสมุย อ.ไทรบุรี และอ.ดอนสัก สุราษฎร์ธานี นครศรีะรรมราช ตรัง สตูล เพราะมีปริมาณน้ำฝนเสี่ยงต่อภาวะน้ำป่าไหลหลากจากที่ลาดเชิงเขา เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและอาจมีดินถล่มตามมา ทำให้ต้องเฝ้าระวัง คือ ระดับอพยพ บ้านขุนพัง ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช , ระดับเตือนภัย บ้านสวนปราง ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี บ้านพิตำ ต.กรุงชิง อ.ท่าศาลา บ้านห้วยไม้แก่น ต.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช และบ้านโคกไทร ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง







