
มาร์ค ระบุต้องพัฒนาปชต.การเมืองสังคมควบคู่กัน
นายกฯ ย้ำต้องมีการพัฒนาประชาธิปไตย การเมืองและสังคมควบคู่กัน เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เร่งแก้ปัญหาความเหลี่ยมล้ำ
นายกฯ ย้ำต้องมีการพัฒนาประชาธิปไตย การเมืองและสังคมควบคู่กัน เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เร่งแก้ปัญหาความเหลี่ยมล้ำ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางร่วมการประชุมวิชาการของสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 12 ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ พร้อมกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ "คุณภาพสังคมกับคุณภาพประชาธิปไตย" ตอนหนึ่งว่า แม้ประเทศไทยจะมีการพัฒนาในหลายด้าน แต่ก็พบว่าปัญหาพื้นฐานทางการเมืองนั้นยังคงเป็นปัญหาอยู่ ซึ่งตนเองได้เข้าสู่การเมืองในปี 2535 หลังการปฏิวัติรัฐประหารหนึ่งปี ในปี 2534 และคิดว่าการปฏิวัติครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้าย โดยนำมาสู่การมีรัฐธรรมนูญที่ถือว่ามีเนื้อหาดีที่สุดในโลกในปี 2540 แต่สุดท้ายก็เชื่อว่าทุกคนต้องพบกับความผิดหวัง เนื่องจากเกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้น นำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารอีกครั้งในปี 2549 ซึ่งผลในครั้งนั้นยังคงอยู่ ดังนั้นตนเองเห็นว่าการพัฒนาการเมืองและสังคมโดยใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาจึงถือเป็นเรื่องที่จำเป็น ซึ่งต้องมองอย่างรอบด้านหรือแบบองค์รวม เพื่อให้มีการพัฒนาระบบการเมืองและสังคมไปพร้อมๆ กับการพัฒนาประชาธิปไตยซึ่งต้องมีการสร้างวัฒนธรรมพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นให้ได้
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของรัฐธรรมนูญที่หลายฝ่ายยังคงพูดถึงเรื่องของเนื้อหาและที่มาซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุง โดยในบางประเด็นจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ และเชื่อว่าหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญก็จะยังคงเป็นเรื่องที่ต้องมีการพูดคุยกันอยู่
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า จากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2552 และในปีนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่เป็นธรรมอยู่หรือเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ดังนั้นจะต้องใช้โอกาสที่เศรษฐกิจของไทยยังคงมีความแข็งแกร่งปรับปรุงด้านโครงสร้างให้ประชาชนทุกคนมีความเท่าเทียมกันในทุกด้าน รวมถึงการปรับกลยุทธด้านความเติบโตทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับด้านสังคม ด้านการเมือง และอื่นๆ เพื่อให้เกิดความสมดุลและความยั่งยืนในการพัฒนา
ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งแก้ปัญความเหลี่ยมล้ำที่เกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติ ที่ทำกิน ส่วนการดำเนินการที่เกี่ยวกับสังคม คือ
1. ความมั่นคงของมนุษย์ ถ้าหาก ปชช.ไม่มีความมั่นคง พึ่งพาโยบายประชานิยมเพียงอย่างเดียวก็จะทำให้การชื้อเสียงเข้ามาแทรกได้ เป้าหมายใน 6ปีข้างหน้า รัฐบาลจะสร้างรัฐสวัสดิการให้เป็นรูปธรรม ซึ่งวันนี้ได้มีโครงการประกันรายได้ ระบบเงินออมแห่งชาติ แล้ว
2.ลักษณะของสังคมต้องให้การยอมรับกับบุคคลทุกกลุ่ม โดยใน 2 สัปดาห์หน้า รัฐบาลจะเริ่มแก้ปัญหา เศรษฐกิจนอกระบบ เช่น การพนัน การจัดสรรพื้นที่ค้าขาย
3.สร้างอำนาจพลังให้ภาค ปชช. และประชาสังคม ดังที่คณะปฎิรูป รายงานว่าการแก้ปัญหาในสังคมคือการลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจปชช.ดังตัวอย่างปัญหามาบตาพุดถือได้ว่าเป็นบทเรียนสำคัญ ส่วนในภาคใต้ รัฐบาลยืนยัน จะไม่นำอุตสาหกรรมหนักลงไปในพื้นที่ เพราะจะกระทบกับการท่องที่ยว และการเกษตร
4.ความสมานฉันท์ในสังคม ความเอื้ออาทร คือการอยู่ร่วมกัน แม้จะมีความคิดที่แตกต่างกัน เพราะสังคมคต้องมีกติกา พื้นฐานที่ทุกคนเคารพ ต้องอิงหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม ทุกวันนี้กระบวนการยุติธรรมต้องปรับปรุง ยอมรับว่าสังคมมีสองมาตรฐาน แต่บางคนเอาสองมาตรฐานมาบังหน้า เมื่อเห็นว่าการตัดสินของศาลไม่เข้าข้างก็เรียกร้องไม่เห็นด้วย







