
บัตรคนจนกระตุ้นศก.ฐานราก เงินสะพัดร้านค้าประชารัฐ
โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เม็ดเงินสะพัดร้านค้าประชารัฐ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ
โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เม็ดเงินสะพัดร้านค้าประชารัฐ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ
ปรากฎการณ์ประชาชน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจนแห่เข้าคิวกดเงินตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยสาขาต่างจังหวัดทั่วประเทศทุกสิ้นเดือนตามโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ รัฐบาลเต็มเงินให้คนจนจาก 300 เป็น 500 บาทได้แผ่อานิสงส์ไปยังร้านโชว์ห่วยและร้านค้าประชารัฐทำให้เกิดเงินสะพัด เนื่องจากประชาชนนำเงินจำนวนดังกล่าวไปจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันซึ่งไม่เพียงแต่ลดภาระค่าครองชีพแล้วยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนฐานรากดีขึ้น
นายสมชาย เทครัว อายุ 50 ปี อาชีพ สามล้อรับจ้างในเขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า ดีใจเป็นที่สุดที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับคนจน และขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เจียดงบประมาณช่วยเหลือคนจนซึ่งเป็นนโยบายที่ดีที่ถูกใจคนฐานราก
นางเอ ศรีจันทร์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 161 หมู่ที่ 8 บ้านซองกาเลีย ต.หนองลู อ.สังขละบุรี กล่าวว่า ครอบครัวอยู่ด้วยกัน 4 คน เงินได้รัฐบาลมอบให้ในแต่ละเดือนเพื่อนำไปใช้จ่ายและซื้อของใช้ที่จำเป็นต่อครอบครัว ซึ่งต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่คอยช่วยเหลือคนจนได้ลืมตาอ้างปากมีชีวิตที่ดีขึ้น
เช่นเดียวกับคุณยาย เขมา หล้าใส อายุ 79 เลขที่ 28 หมู่ 18 บ้านหนองขวาง ต.แตล อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า เงินที่ได้มานำไปใช้ส่วนตัวบ้าง ซื้อกับข้าวกับปลาบ้าง ไว้ไปหาหมอบ้าง ซึ่งโครงการนี้ถูกใจประชาชน เลือตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้จะเลือกพรรคพลังประชารัฐ เพราะอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อีกสมัยจะสานต่อนโยบายดีเพื่อประชาชน
นายสายัณห์ พวงแก้ว เจ้าของร้านค้าประชารัฐ บ้านหนองม่วง หมู่ 4 ต.โสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังประชาชนได้รับเงินจากรัฐบาล จะนำเงินมาจับจ่ายซื้อสินกับทางร้านค้าประชารัฐ ส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันเช่นน้ำพริก กะปิ ปลาทู น้ำปลา สบู่ เป็นต้น บัตรคนจนสามารถช่วยทำให้เงินสะพัดในชุมชนได้เป็นอย่างดี
ขณะที่นางกฤตยกันยา สภาพันธ์ เจ้าของร้าน “คอเตี้ยการเกษตร หมู่ 9 ต.บางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร กล่าวว่า ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ความแตกต่างกับเมื่อก่อน คือ ความแน่นอนของยอดขายในแต่ละเดือน เพราะ มีลูกค้าประจำ การซ้อสินค้ามาจำหน่ายในแต่ละเดือนทำได้ง่ายขึ้น เพราะ ทราบจำนวนลูกค้าและ สินค้าที่ขาย ที่ไม่สะดวกนัก คือ เดือนที่ผ่านมา มีการกำหนดให้ ใช้บัตรซื้อสินค้าจากร้านค้าได้เกิน 100 บาท ทำให้ ที่เหลือต้องไปกดผ่านตู้ เอทีเอ็ม ทำให้ ผู้ถือบัตร ไม่สะดวก เพราะตู้ เอทีเอ็ม.จะอยู่ในเมือง ปัจจุบันทางร้านต้อง รวบรวมบัตร ของ ลูกค้าที่ซื้อสินค้าประจำ ไว้ เกือบ 100 คน เมื่อถึงวันที่ 1 ของทุกเดือนจะ นำไปกดเงินจากตู้ เอทีเอ็ม มาให้ลูกค้า
“ส่วนมากลูกค้าได้มาเอาสินค้าไปก่อน ประมาณวันที่ 25 ของทุกเดือนแล้ว การไปกดเงินจาก ตู้ เอทีเอ็ม จึง กดมาเพื่อใช้หนี้ ผู้ถือบัตรคนจนส่วนมากพอใจกับโครงการนี้ เพราะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้มาก”
ปัจจุบันร้านค้าประชารัฐทั่วทุกภาคคึกคักไม่แพ้กันเกิดเงินสะพัดในกลุ่มคนฐานรากหลังโครงการบัตรคนจนดำเนินการมา 2 ปี สามารถช่วยเหลือผู้บัตรคนจนกว่า 14.5 ล้านคน หรือคิดเป็นเงินกว่า 1 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันทางรัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณปีงบประมาณ 2563 ไว้อีกวงเงิน 4 หมื่นล้านบาทเพื่อผลักดันโครงการบัตรคนจนช่วยคนมีรายได้น้อยสามารถเดินหน้าได้ต่อเนื่อง







