
ไทยดิ่ง3อันดับประเทศน่าทำธุรกิจ
เวิลด์แบงก์ชี้ปี’54ร่วงอยู่ที่19น้ำท่วมไม่ทุบศก.ไทยโต7.5%
เวิลด์แบงก์ชี้ปี’54ร่วงอยู่ที่19น้ำท่วมไม่ทุบศก.ไทยโต7.5%
ไทยหล่นอันดับประเทศน่าทำธุรกิจปี 2554 จากที่ 16 ลงไปที่ 19 ธนาคารโลกย้ำเศรษฐกิจไทยยังโต 7.5% สวนทางไอเอ็มเอฟ ปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจโลก
ธนาคารโลก เปิดเผยรายงานผลการสำรวจการดำเนินธุรกิจประจำปี 2554 (Doing Business 2011) ซึ่งเป็นการสำรวจภาพรวมการทำธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลาง รวมทั้งมาตรการและระเบียบข้อบังคับ ในการทำธุรกิจ โดยไทยร่วงลงจากอันดับที่ 16 ในปี 2553 หรือ ค.ศ. 2010 มาอยู่ 19 ในปี 2554 จากทั้งหมด 183 ประเทศ
รายงานดังกล่าวชี้ว่า มีปัจจัยหลายด้านที่มีความยาก หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น อาทิ ในเรื่องการเริ่มต้นทำธุรกิจ การจดทะเบียนทรัพย์สิน การตอบรับสินเชื่อ และการชำระภาษี
ประเด็นที่มีการปรับปรุงในทางบวก และช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจเพิ่มขึ้นนั้น ประกอบด้วยเรื่อง การติดต่อทำใบอนุญาตก่อสร้าง และการดำเนินการปิดกิจการ
วันเดียวกันนายแมทธิว เวอร์กิส นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ความเสียหายจากน้ำท่วมในไทยครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ ที่วางเป้าหมายโตไม่ต่ำกว่า 7.5%
เช่นเดียวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ก็ไม่ส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปีนี้เช่นกัน
หากรัฐบาลไทยร้องขอความช่วยเหลือหลังน้ำลด ธนาคารโลกพร้อมที่จะสนับสนุนทั้งเงินและผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค ทว่าแนะนำให้ไทยเร่งปรับปรุงระบบป้องกันและเตือนภัย เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
นอกจากนี้ นายเวอร์กิสยังแสดงความเป็นห่วงถึงการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่จากภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย จากจำนวนสต๊อกที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโด มิเนียม แต่ว่าในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะเกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในไทย
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้จะเดินสายพบผู้บริหารรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ โดยใช้โอกาสที่เงินบาทแข็งค่าให้รัฐวิสาหกิจได้มีการนำเข้าสินค้า วัตถุดิบต่างๆ เร็วขึ้น เช่น การบินไทย ที่จะให้มีการเร่งนำเข้าเครื่องบินเร็วกว่ากำหนดได้หรือไม่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ประหยัดงบประมาณได้ถึง 1.5 –1.6 หมื่นล้านบาท ในปี 2554
ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกมาปรับลดตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจโลกลงจากเดิมที่ระบุว่าจะมีอัตราการเติบโตราว 4.8% ในปีนี้ และ 4.2% ในปี 2554 ปรับลดมาอยู่ที่เพียง 3.04.0% ทั้งในปีนี้และปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟระบุว่า อัตราการเติบโตในแต่ละภูมิภาคของโลก ยังคงมีความแตกต่างกัน โดยประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่คาดว่าจะมีการขยายตัวสูงถึงปีละเฉลี่ย 68% ขณะที่ทางในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว จะมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยอยู่เพียงปีละ 12% เท่านั้น







