
หวั่นคุมฟองสบู่พ่นอสังหาฯเจ๊ง
ผู้ประกอบการอสังหาฯ ขอเคลียร์แบงก์ชาติ ออกมาตรการสกัดฟองสบู่ หวั่นใช้ยาแรงคนซื้อบ้านผวาทำธุรกิจพัง
ผู้ประกอบการอสังหาฯ ขอเคลียร์แบงก์ชาติ ออกมาตรการสกัดฟองสบู่ หวั่นใช้ยาแรงคนซื้อบ้านผวาทำธุรกิจพัง
นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการจาก 3 สมาคม คือ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย จะขอพบผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหารือถึงแนวทางการใช้มาตรการคุมไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการทบทวนวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าสินทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน ตามที่คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงินจะเป็นผู้เสนอ
ทั้งนี้ ภาคเอกชนเห็นว่าหากมีการใช้มาตรการดังกล่าวอย่างฉับพลัน โดยการเพิ่มเงินดาวน์และลดวงเงินให้สินเชื่อกับผู้ที่ซื้อคอนโดมิเนียมลง จะทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ซื้อบ้านที่รอโอนจะต้องกู้เงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่รับโอนถ้าต้องหาเงินมาจ่ายเพิ่มดาวน์ เพราะถือว่าโครงการผิดเงื่อนไขตามสัญญาจะซื้อจะขาย รายได้จะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ และมีโอกาสเกิดปัญหาสภาพคล่องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้
“ขณะนี้ผู้ประกอบการและสถาบันการเงินก็ระวังตัวอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว จึงควรจะใช้มาตรการแบบค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่การแจ้งเตือน การคุมสินเชื่อโครงการ เพื่อลดซัพพลาย ส่วนการเพิ่มสัดส่วนการดาวน์ควรทำในระยะยาว ซึ่งผู้ประกอบการเห็นด้วยที่ต้องสร้างวินัยในการเป็นหนี้ แต่ถ้าทำในช่วงสั้นจะเกิดผลกระทบทั้งผู้ซื้อจริงและผู้ประกอบการ” นายธำรง กล่าว
ด้าน น.ส.อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่จะมีมาตรการมาคุมไม่ให้จำนวนซัพพลายเข้าสู่ตลาดมากเกินไป แต่ต้องเลือกเครื่องมือในการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง โดยหากใช้วิธีให้ธนาคารคุมการปล่อยสินเชื่อโครงการจะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จะช่วยลดความร้อนแรงของจำนวนซัพพลายลง
อย่างไรก็ตาม หากใช้วิธีเพิ่มเงินดาวน์ให้สูงขึ้น หรือจำกัดวงเงินไม่ให้ปล่อยกู้ 100% จะส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อคอนโด มิเนียมระดับกลางล่างแน่นอน เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ไม่มีเงินก้อนในการจ่ายดาวน์ หรือหากผ่อนดาวน์ ก็ไม่สามารถผ่อนดาวน์ได้สูงมาก
นายธารธร อักษรานุวัตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนุวัตร ในเครืออักษรา กรุ๊ป กล่าวว่า หากมีมาตรการคุมตลาดคอนโดมิเนียมออกมา ทั้งในส่วนของการคุมการปล่อยสินเชื่อโครงการและสินเชื่อรายย่อย คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากบริษัทขอสินเชื่อจากไทยพาณิชย์เพียง 30% ถือว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่มากนัก ส่วนการปล่อยสินเชื่อรายย่อยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จึงไม่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าว







