
‘ขนอม’พังยับ
โคลนถล่มซัด34หมู่บ้านคนนับพันกระเจิงรัฐบาลตรวจกระเป๋าเตรียม5หมื่นล.ฟื้นฟู
โคลนถล่มซัด34หมู่บ้านคนนับพันกระเจิงรัฐบาลตรวจกระเป๋าเตรียม5หมื่นล.ฟื้นฟู
ภูเขา อ.ขนอม อุ้มน้ำไม่ไหวถล่มสวนยางเป็นหน้ากลอง
เมื่อเช้าวันที่ 4 พ.ย. เขาพลายดำ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช พังถล่มลงมาเพราะไม่สามารถอุ้มน้ำจำนวนมากไว้ได้ น้ำได้หลากมาเป็นธารโคลนขนาดใหญ่ มีขนาดกว้าง 1520 ม. ยาวประมาณ 7 กม. ซัดเข้า 34 หมู่บ้านในเขต 3 ตำบล คือ ต.ควนทอง ต.ท้องเนียน และ ต.ขนอม
มีบ้านเรือนเสียหายมากกว่า 50 หลัง บางหลังพังถล่มลงมาทั้งหมด ทำให้ถนนชำรุด 30 สาย สะพานเสียหาย 5 แห่ง ทลายสวนยางราบเป็นหน้ากลองกว่า 60 ไร่ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนนับพันคน
ขณะที่รัฐบาลเตรียมเงิน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อฟื้นฟูระบบสาธารณูป โภค โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยหลังหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ว่า เบื้องต้นคาดว่าต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท ในการเยียวยาทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตร ซึ่งได้แจ้งให้นายกฯ ทราบแล้วว่ามีงบประมาณเพียงพอที่จะฟื้นฟูผลกระทบจากอุทกภัย
“เงินอีกส่วนจะมาจากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มีสภาพคล่องจำนวนมากพอจะช่วยลูกค้า ทั้งผ่อนผันหนี้เดิม และให้กู้ใหม่เพื่อไปฟื้นฟูทรัพย์สินที่เสียหาย” นายกรณ์ กล่าว
สำหรับอีก 3 หมื่นล้านบาทนั้น นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง กล่าวว่า เป็นวงเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เตรียมไว้ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พ่อค้าแม่ค้า ชาวบ้าน หาบเร่ แผงลอย ผ่านธนาคารออมสิน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์
ทั้งนี้ รัฐบาลได้เริ่มแจกเงินชดเชยน้ำท่วมครอบครัวละ 5,000 บาท เป็นครั้งแรกแล้วที่ จ.นครราชสีมา โดยมีผู้ประสบภัยกว่า 1,000 ครอบครัว มารับกับนายกฯ รวม 5 ล้านบาท จากนี้ในวันที่ 56 พ.ย. ธนาคารออมสินจะมอบเงินช่วยเหลือในจังหวัดนี้อีก 3,704 ครอบครัว
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้สดในสภา ว่า ขณะนี้มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 6 แสนครอบครัว และจะใช้งบไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นายชาตรี อยู่ประเสริฐ เลขาธิการสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย กล่าวแย้งว่า รัฐบาลไม่ควรจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือประชาชนรายละ 5,000 บาท ผ่านไปที่กรมการปกครอง แต่ควรจะจ่ายผ่านกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาความสับสนในการทำงาน







