posttoday

อัยการนัดสั่งคดี "พิชัย นริพทะพันธุ์" ผิดพรบ.คอมพ์11เม.ย.นี้

12 มีนาคม 2562

ปอท.ส่งสำนวน "พิชัย นริพทะพันธุ" ผิดพรบ.คอมพ์ ให้อัยการ ปมโพสต์นัดสั่งคดี 11 เม.ย.นี้ เจ้าตัวเชื่อถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

ปอท.ส่งสำนวน "พิชัย นริพทะพันธุ" ผิดพรบ.คอมพ์ ให้อัยการ ปมโพสต์นัดสั่งคดี 11 เม.ย.นี้ เจ้าตัวเชื่อถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

เมื่อวันที่ 12 มี.ค.62 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กรณีเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.61 นายพิชัย โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊ก ในการร่วมวงเสวนาของคณะกรรมการวีรชน พฤษภา 35 ในประเด็นเศรษฐกิจ การปราบทุจริตคอรัปชั่นในยุค คสช. และพลังดูด 4.0 กับโพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. บนนิตยสาร TIME (ไทม์) กับลงข้อความห้ามจำหน่ายในประเทศไทย ได้เดินทางมาพร้อมกับ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค ทษช. และทีมทนายความ มาพบอัยการ

ซึ่งวันนี้ พนักงานสอบสวน กก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้นำสำนวนการสอบสวนพร้อมพยานหลักฐานและความเห็นควรสั่งฟ้อง นายพิชัย มาส่งมอบให้อัยการ

นายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ระบุว่า ขณะนี้ได้มอบสำนวนให้อัยการสำนักงานคดีอาญา 6 รับผิดชอบโดยมีการตั้งคณะทำงานอัยการขึ้นมา 5 คน ตรวจดูพยานหลักฐานและทำความเห็นทางคดี ซึ่งมี นายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการคดีอาญา เป็นหัวหน้าชุดดูแล ขณะที่วันนี้ทนายความของนายพิชัย ก็ยื่นเอกสารร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาด้วย แต่อัยการยังไม่ได้ตรวจดูว่ามีประเด็นอย่างไรบ้าง ส่วนจะต้องสอบสวนเพิ่มเติมอย่างไรหรือไม่ต้องดูสำนวนให้ละเอียดก่อน

ด้าน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการ กล่าวว่า คดีนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบอำนาจให้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ปอท. เมื่อวันที่ 16 ก.ค.61 ในข้อหาร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

คดีนี้ นายพิชัย ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ปอท. วันที่ 16 ส.ค.61 และให้การปฏิเสธ ขณะที่อัยการได้นัดให้นายพิชัย มารายงานตัวเพื่อฟังคำสั่งคดี ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ก็เป็นการนัดสั่งคดีในช่วงเวลา 1 เดือนนับจากได้รับสำนวนมา เหมือนกับการพิจารณาสำนวนคดีกล่าวหาพรรคอนาคตใหม่ที่รับสำนวนมา 27 ก.พ. ก็นัดสั่งคดีวันที่ 26 มี.ค.

นายพิชัย กล่าวว่า ส่วนตัวเคยถูก คสช. เรียกไปหลายครั้ง ซึ่งหลังจากถูกเรียกไปครั้งที่ 8 ก็มีความพยายามที่จะชวนตนเข้าไปอยู่กับฝั่งที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่ตนได้ปฏิเสธไป ก็คิดว่าที่ตนได้ปฏิเสธไปนำมาสู่การดำเนินคดีกับตนหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องอื่นแต่ดำเนินคดีไม่ได้แล้วจึงมาเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่ไร้สาระมากเพราะเป็นเพียงรูปในแมกกาซีน (นิตยสาร) ที่ว่าไม่ได้จำหน่าย แต่ก็ไม่ได้ไปว่าใคร

ส่วนเรื่องการดูด ส.ส.ตนเชื่อสื่อต่างๆ ก็คงทราบอยู่แล้วว่ามีรายละเอียดอย่างไร ก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมยังดำเนินการอยู่ทั้งๆ ที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว ก็อยากให้ประชาชนตัดสินใจว่ายังอยากเห็นการปิดกั้นแบบนี้ต่อไปอีกหรือไม่

เมื่อถามว่า เช่นนี้มองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกกลั่นแกล้งจากผู้มีอำนาจใช่หรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ส่วนตัวก็เชื่ออย่างนั้น เพราะมีรูปแบบที่ตนเคยถูกเรียกไปปรับทัศนคติถึง 8 ครั้ง จนมาถูกเรียกดำเนินคดี ก็อยากให้สังคมช่วยกันพิจารณา โดยสิ่งที่ตนเคยวิเคราะห์และเสนอเกี่ยวกับเศรษฐกิจก็มาจากตัวเลขของรัฐบาลทั้งนั้น แล้วปัจจุบันเศรษฐกิจดีหรือไม่ ประชาชนยังลำบากกันหรือไม่ซึ่งประชาชนจะตอบสิ่งเหล่านี้ได้

อย่างไรก็ดีหากดูสิ่งที่ดำเนินการที่ผ่านมากับตนก็เชื่อว่าเป็นความพยายามจะกลั่นแกล้งกัน แต่ตนเชื่อว่าอัยการจะให้ความเป็นธรรม โดยเราได้เสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติมกับอัยการด้วยว่า ประเด็นที่มีการนำเสนออย่างเรื่องการดูด ส.ส.นำมาสู่การทุจริตคอรัปชั่นในอนาคต ที่ตนได้ร่วมวงเสวนาจัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชนฯ ซึ่งในอดีตก็ปรากฏให้เห็นมาก่อนว่าการดูด ส.ส.ต่างๆ มีในรูปแบบอะไรบ้าง และเป็นเรื่องที่สังคมรับรู้อยู่แล้ว กับเป็นข้อมูลเก่าเป็นเรื่องที่ปรากฏในสื่ออยู่แล้ว เพียงแต่มีการนำมาเสวนาเพื่อจะให้เห็นว่าหากเป็นเช่นเดิมในอนาคตจะเป็นปัญหาอย่างไร และจริงๆ แล้วถ้ารัฐบาลฟังตนตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ แล้วแก้ไข เศรษฐกิจก็คงไม่แย่ ประชาชนก็คงไม่ลำบาก ซึ่งการเข้าร่วมเสวนา เวลาที่ถูกเชิญตนก็ร่วมให้เกียรติเขาเพราะเขาเชื่อว่าเราจะช่วยประเทศชาติในการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้

"ภาพของการสืบทอดอำนาจนั้นในอดีตก็มีให้เห็นแล้วว่าไม่ค่อยเวิร์ค ประชาชนก็รับรู้ได้ว่าการสืบทอดอำนาจไม่ใช่สิ่งถูกต้อง แล้วยังกระทำกับการเห็นต่างอีก ก็อยากฝากเรียน พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยว่า คุณจะเปลี่ยนลุคแล้ว คุณก็ต้องเปลี่ยนความคิดด้วย ไม่ใช่เปลี่ยนลุคอย่างเดียวแล้วความคิดไม่เปลี่ยน ไม่ได้"นายพิชัยกล่าว

ด้าน นายจาตุรนต์ กล่าวว่า คดีของนายพิชัย ก็คล้ายกับคดีของตนแต่ตนไม่ขอให้ความเห็นเกี่ยวกับคดี แต่อยากกล่าวถึงภาพรวมว่าที่ดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กับพวกข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ที่มักจะทำกันอยู่บ่อยๆ อย่างต่อเนื่องมา จนมีการนำไปสู่การฟ้องคดีทั้งที่หลักฐานกล่าวหาเรื่องการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จฯ แต่ไม่ใช่แค่เท็จเท่านั้นจะต้องเป็นเรื่องที่มีผลทำให้ประชาชนตื่นตระหนกหรือมีผลต่อความมั่นคงของประเทศแต่หลายกรณีที่เกิดขึ้นมักเกิดขึ้นกับนักการเมือง หรือผู้ที่เคลื่อนไหวทางการเมือง หรือทำกิจกรรมทางการเมืองโดยเฉพาะที่ไม่เห็นด้วย หรือมีความคิดเห็นไม่ตรงกับ คสช. หรือรัฐบาล ซึ่งความเห็นเหล่านี้บางทีก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก หรือเป็นปัญหาความมั่นคง

แต่ คสช.ก็ยังได้ดำเนินต่อเนื่องเพื่อจะปิดปาก สกัดกั้นการแสดงความคิดเห็นของผู้ที่เห็นต่าง คสช. กับรัฐบาล ซึ่งอาจจะทำให้การเลือกตั้งไม่เสรี ไม่เป็นธรรม และเอาเปรียบ แต่ที่สำคัญเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของนักการเมืองและประชาชนที่เห็นต่าง ทั้งที่เมื่อถึงช่วงเวลาเลือกตั้งก็ควรจะเลิกกันได้แล้วแต่กลับยังทำอยู่ก็แสดงให้เห็นว่าเอาเปรียบทุกอย่าง ดังนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง

ข่าวล่าสุด

ประธาน ตลท. ฝากโจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ 'ปลดล็อกกฎหมายค้าง–เร่งคดีทุจริต–ตั้งวอร์รูมเศรษฐกิจ'