posttoday
ฤทธิ์ลานินญาทำไทยเผชิญภัยพิบัติเพิ่ม

ฤทธิ์ลานินญาทำไทยเผชิญภัยพิบัติเพิ่ม

04 พฤศจิกายน 2553

นักอุทกศาสตร์จุฬาฯ ระบุลานินญามาแรง หวั่นน้ำท่วมใต้ซ้ำรอยปี 2531 จวกการเมืองเลิกจุ้นแก้พิบัติภัยจะยิ่งบานปลาย แนะรัฐกลับลำจัดระบบใหม่บริหารน้ำภาพรวม ล้างไพ่กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศเจาะลึกพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น     

นักอุทกศาสตร์จุฬาฯ ระบุลานินญามาแรง หวั่นน้ำท่วมใต้ซ้ำรอยปี 2531 จวกการเมืองเลิกจุ้นแก้พิบัติภัยจะยิ่งบานปลาย แนะรัฐกลับลำจัดระบบใหม่บริหารน้ำภาพรวม ล้างไพ่กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศเจาะลึกพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น     

นายธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นของพิบัติภัยที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญในอนาคต เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ซ้ำรอยเหตุน้ำท่วมจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์ลานินญาคือปริมาณน้ำมาก ฝนตกมาก ทำให้น้ำท่วม และมีแผ่นดินถล่มด้วย คาดการณ์ว่า ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2553 เรื่อยไปจนถึงเดือน ก.พ. 2554 จะเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ ต่อเนื่องมาเลเซีย อินโดนีเซียไปจนถึงเมืองดาร์วิน ในออสเตรเลีย โดยเฉพาะพายุในทะเลจีนใต้จะพัฒนาเป็นพายุดีเปรสชันถล่มพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งยังมีโอกาสเกิดขึ้นถึงเดือน ธ.ค. 

ฤทธิ์ลานินญาทำไทยเผชิญภัยพิบัติเพิ่ม

นอกจากนี้ ยังเกิดจากปัจจัยภูเขาไฟเมราปี เกิดระเบิดที่อินโดนีเซีย ส่งผลให้แก๊สและเถ้าภูเขาไฟที่พ่นออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ ยิ่งเร่งให้เกิดปรากฎการณ์โลกร้อนขนาดเล็กเร็วขึ้น เพราะขี้เถ้าไปบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้พื้นที่เย็นลง อุณหภูมิต่ำ และขี้เถ้ายังฟุ้งในอากาศไปเกาะกับกลุ่มเมฆฝนเร่งปฏิกิริยาทำให้ฝนตกเพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีความรุนแรงมากที่สุดในช่วงเดือน ธ.ค.เช่นกัน

นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของการแก้ไขอุทกภัยในไทยคือ การบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยราชการ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร ฯลฯ ต้องบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและมีความเข้าใจปัญหาเรื่องทางน้ำ การกักเก็บน้ำ และการระบายน้ำอย่างถ่องแท้ จำเป็นอย่างยิ่งต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ ไม่ใช่เร่งแก้ไขเฉพาะแค่จุดๆ เท่านั้น ไม่ใช่โทษกันไปโทษกันมา

ทั้งนี้เนื่องจากการเกิดน้ำท่วมทุกภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ในช่วงห่างกันแค่ 1 เดือน เพิ่งเคยเกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ทุกหน่วยจึงต้องใช้องค์ความรู้ใหม่และเทคโนโลยีใหม่เข้ามาจัดการปัญหาน้ำอย่างเป็นระบบ เป็นปัญหาของการบริหารจัดการ และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแบบสุดขั้วทำให้บริหารจัดการยาก อีกทั้งสภาพเขื่อนยังใช้ข้อมูลเดิมเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ทั้งที่สภาพอากาศได้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก

นักอุทกศาสตร์รายนี้ กล่าวด้วยว่า ภาคการเมืองไม่ควรเข้ามาแทรกแซงหรือเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเด็ดขาด แต่ต้องใช้องค์ความรู้และวิชาการเข้ามาจัดการเท่านั้น ที่ผ่านมามีแต่คนไม่รู้จริงแต่มีอำนาจเข้ามายุ่งเกี่ยว มีการเสนอใช้หอเตือนภัยสึนามิในพื้นที่ภาคเหนือแต่ไม่สามารถเตือนภัยน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัญหาคนละแบบกัน ทำให้สูญเสียงบประมาณเปล่าประโยชน์ 2-3 พันล้านบาท

ทุกวันนี้มีแต่คนเอาอำนาจการเมืองมาป่วนเรื่องน้ำท่วม คิดแต่เรื่องผลาญงบประมาณ และหาเสียง จะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายไปกันใหญ่ ทั้งที่กรมอุตุนิยมวิทยา มีเครื่องมือพยากรณ์อากาศที่ทันสมัย แต่ยังมีปัญหาเรื่องความรู้ความสามารถของบุคลากร เพราะองค์ความรู้ก้าวตามไม่ทันความแปรปรวนของพิบัติภัยธรรมชาติ ทำให้พยากรณ์สภาพอากาศในวงกว้าง 13-14 จังหวัด ไม่ได้เจาะจงพยากรณ์อากาศในพื้นที่สุ่มเสี่ยง จึงควบคุมพื้นที่ไม่ได้ 

"ไทยไม่เคยมีการทำแผนที่เสี่ยงภัยไว้เลย จึงแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ การเตือนภัยและการพยากรณ์อากาศจึงยังล้าหลังกว่าเวียดนาม ที่มีการพยากรณ์อากาศแม่นยำมากในภูมิภาคอาเซียน ติดอันดับต้นๆ ในระดับเดียวกับญี่ปุ่น อังกฤษ หรือสหรัฐ" นายธนวัฒน์ กล่าว   

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69