
"บิ๊กตู่"ลังเลขึ้นปราศรัย ผวาโดนรุมจ้องจับผิด
"พล.อ.ประยุทธ์" รับ ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย พปชร.คงลำบาก ชี้ต้องระวัง หลายคนจ้องเชือด
"พล.อ.ประยุทธ์" รับ ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย พปชร.คงลำบาก ชี้ต้องระวัง หลายคนจ้องเชือด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงการขึ้นปราศรัยหาเสียงที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 10 มี.ค.นี้ว่า ตอนนี้ยังหารือกันอยู่ดู องค์ประกอบว่าทำอะไรได้บ้าง ก็ต้องดูหลายอย่าง มีข้อห่วงใยหลายเรื่องต้องดู ซึ่งคิดว่ามันก็ก้ำกึ่ง ต้องระมัดระวังไว้ก่อน ฉะนั้นอาจจะต้องปรับวิธีการ รูปแบบ ว่าจะทำอย่างไรได้ต่อไป
"หลายคนก็จ้องตาเป็นมัน เอาละ เตรียมขึ้นเขียงแล้ว ต่อไปนี้จะเตรียมฟ้อง คือตั้งแท่นรอฟ้องไว้เลย ผมก็ต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมายให้ดี ว่าจะทำอะไรได้บ้าง เห็นใจผมเถอะ อย่าเอาเป็นเอาตายกับผมนักเลย" นายกฯ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่านายกฯ ก็ลงพื้นที่พบประชาชนอยู่แล้ว ทำไมยังจะต้องพิจารณาลงไปช่วย พปชร.หาเสียงอีก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ คงเป็นเรื่องการเมืองมั้ง
"ผมก็ทำหน้าที่ของผม และผมก็มีโอกาสในฐานะที่เป็นนายกฯ ก็พบประชาชนได้ แต่คงไปขึ้นเวทีมันลำบาก มั้ง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ด้าน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ในวันที่ 6 มี.ค.จะไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้นำความเสนอต่อศาลปกครองวินิจฉัยโดยเร็วว่า คำสั่งหรือการกระทำของ กกต.ที่ให้การรับรอง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเป็นการกระทำโดยชอบและคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช.ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนตามกฎหมาย จะถือว่าเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่
ด้าน นายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ในฐานะโฆษกศาลปกครอง กล่าวว่า นิยามความหมายเจ้าหน้าที่รัฐ มีอยู่ในกฎหมายต่างๆ แล้วแต่ลักษณะของการใช้อำนาจ จึงไม่ใช่เรื่องที่มีการระบุไว้ชัดเจนเพียงประการเดียวว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีลักษณะเป็นอย่างไร และจะต้องไปดูตามเหตุของการใช้อำนาจนั้น เช่น หากเป็นการใช้อำนาจที่เกี่ยวกับองค์กรอื่นศาลปกครองก็ไม่อาจตอบแทนได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวก็เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.และหากมีคดีเข้ามาสู่ศาลปกครอง จึงจะมีการวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง







