
ศาลปกครองยกฟ้องกทม.คดีไม่ทำลิฟต์คนพิการที่สถานีขนส่งให้เสร็จใน1ปี
ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง "กทม." คดีไม่ทำลิฟต์คนพิการที่สถานีขนส่งให้เสร็จใน 1 ปี ชี้มิได้เกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง "กทม." คดีไม่ทำลิฟต์คนพิการที่สถานีขนส่งให้เสร็จใน 1 ปี ชี้มิได้เกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2562 ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษา คดีที่กรุงเทพมหานครถูกฟ้อง 2 สำนวนกรณีไม่จัดทำลิฟต์รับ - ส่งคนพิการ อุปกรณ์ และ สิ่งอำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการที่สถานีขนส่งทั้ง 23 สถานี ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษา เมื่อปี2558 โดยผู้ฟ้องได้ขอให้ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรุงเทพฯคดีชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นกลุ่มคนพิการ
ศาลปกครองกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นับแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา แม้ผู้ถูกฟ้องคดีจะได้จัดทำลิฟต์รับ – ส่งคนพิการ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการในสถานีขนส่งเป็นบางสถานีแล้ว แต่เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีไม่ปฏิบัติ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดให้ครบถ้วนในสถานีขนส่งทั้ง 23 สถานี ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา คือ ภายในวันที่ 21 มกราคม 2559 จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดล่าช้าเกินสมควร
อันเป็นผลให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็น คนพิการ ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากลิฟต์รับ - ส่งคนพิการ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวในสถานีขนส่งทั้ง 23 สถานี เพื่อเดินทางหรือปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างบุคคลทั่วไป ตามสิทธิที่ได้รับการรับรองโดยกฎหมาย อันย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดีที่ต้องได้รับความช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าวจากรัฐ
อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในระหว่างที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้ดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์รับ - ส่งคนพิการ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการในสถานีขนส่งต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษา ผู้ถูกฟ้องคดีต้องประสบปัญหาและอุปสรรคในการทำงานที่ทำให้ เกิดความล่าช้าจนเกินระยะเวลาตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด
โดยผู้ถูกฟ้องคดีได้รายงาน ผลการดำเนินการพร้อมปัญหาอุปสรรคดังกล่าวให้สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง ทราบ เป็นระยะๆ มาโดยตลอด อันเห็นได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อที่จะไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด
นอกจากนี้ ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีการขอจัดสรรงบประมาณ เพื่อก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์เพิ่มเติมให้ครบทั้งสองฝั่งชานชาลา อันเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดียังคงมีแผนงานที่จะดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งลิฟต์เพิ่มเติมให้แล้วเสร็จต่อไป
กรณีจึงเห็นได้ว่า แม้ผู้ถูกฟ้องคดีจะปฏิบัติหน้าที่จัดทำลิฟต์รับ - ส่งคนพิการ อุปกรณ์ และ สิ่งอำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดล่าช้าเกินสมควร และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีก็ตาม แต่เมื่อเหตุดังกล่าวมิได้เกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ถูกฟ้องคดี จึงไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมาย อันจะถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดี
ศาลปกครองกลางจึงพิพากษายกฟ้องทั้งสองสำนวนคดี







