posttoday
ศาลเลื่อนสั่งคดีบิ๊กเอส.อี.ซี.โกงภาษี

ศาลเลื่อนสั่งคดีบิ๊กเอส.อี.ซี.โกงภาษี

04 พฤศจิกายน 2553

ศาลสั่งเลื่อนพิพากษา บิ๊ก เอส.อี.ซี. ปลอมบัญชีอะไหล่รถเยอรมันเลี่ยงภาษีศุลกากร นัดฟังอีกครั้ง 8 ธ.ค. 

ศาลสั่งเลื่อนพิพากษา บิ๊ก เอส.อี.ซี. ปลอมบัญชีอะไหล่รถเยอรมันเลี่ยงภาษีศุลกากร นัดฟังอีกครั้ง 8 ธ.ค. 

ที่ห้องพิจารณา 703 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งแจ้งคู่ในคดี นายกรวิวัฒน์ วัฒนะธรรมวงศ์ หรือ นายไพบูลย์ สุขสุธรรมวงศ์ อดีตกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือเอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส หรือ SECC เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมโดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 , 268 และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 และ 115 จัตวา ตามที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาต่อไปในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. เนื่องจากข้อเท็จจริงและเอกสารในสำนวนมีมาก จึงยังเขียนคำพิพากษาไม่แล้วเสร็จ

นายชำนาญ ชาดิษฐ์ ทนายความนายกรวิวัฒน์ เปิดเผยว่า คดีนี้ได้นำสืบต่อสู้คดีทั้งประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่า ขณะเกิดเหตุนายกรวิวัฒน์ แม้เป็นกรรมการบริษัท แต่ไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจสั่งซื้อรถ เพราะนายกรวิวัฒน์ รับผิดชอบดูแลงานซ่อมเครื่องและฝ่ายขาย ขณะที่เอกสารในการยื่นใบสำเนาบัญชีราคาสินค้า (INVOICE) กับศุลกากร ระบุว่าบริษัทโดยนายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ อดีตประธานกรรมการบริษัท และนายสมชาย ศรีพยัคฆ์ อดีตกรรมการบริษัท เป็นผู้มีอำนาจ แต่ทั้งคู่ก็ไม่อยู่ถูกดำเนินคดี ส่วนนายกรวิวัฒน์ได้เข้ามอบตัวสู้คดี

นายชำนาญ ยังกล่าวว่า ข้อกฎหมายได้ต่อสู้ในประเด็นการปลอมเอกสารใบสำเนาบัญชีราคาสินค้านั้น ต้องเป็นการการทำขึ้นใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งได้อ้างแนวคำพิพากษาฎีกาที่เคยวินิจฉัยเกี่ยวกับการปลอมเอกสารมาเป็นหลักต่อสู้คดี แต่คดีนี้ใบ INVOICE ซึ่งยื่นต่อศุลกากรที่ถูกกล่าวหานั้นมีการแก้ไขในส่วนที่เป็นจำนวนสั่งซื้อรถ ไม่ตรงกับจำนวนที่ระบุไว้บัญชีสั่งซื้อเท่านั้น ไม่ใช่การปลอมขึ้นใหม่ทั้งหมด    

สำหรับคดีนี้ อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 7 ก.ย.2552 ระบุความผิดสรุปว่า ระหว่างวันที่ 20-28 ก.ค.2543 บริษัท พระราม  9 เอส.อี.ซี.กรุ๊ป ได้นำสินค้าประเภทส่วนประกอบอุปกรณ์รถยนต์และเครื่องยนต์ 2 รายการ คิดเป็นเงินไทย 3,800,344.91บาท จากประเทศเยอรมนี เข้ามาในประเทศไทย โดยผ่านพิธีการทางศุลกากร ที่ด่านศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยระหว่างวันที่ 10-11 ส.ค.2543  จำเลยกับบริษัทพระราม 9 เอส.อี.ซี.กรุ๊ป, นายสมชาย อดีตกรรมการบริษัท และนายสมพงษ์ อดีตประธานกรรมการ บมจ.SECC ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมปลอมเอกสารสำเนาบัญชีราคาสินค้า เลขที่ 253/00/6/27 และ 291/00/7/28 ของบริษัท ANSEABIC HANDEL KLUGE GMBH&CO ประเทศเยอรมนี ทำให้ภาษีศุลกากรขาดไปเป็นเงิน  868,755.00 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มขาดรวม 63,269.00 บาท รวมทั้งค่าธรรมเนียมภาษีอื่น  35,085.00 บาท  ซึ่งรวมภาษีอากรขาดทั้งสิ้น 967,109.00 บาท เหตุเกิดที่ท่าอากาศยานกรุงเทพแขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน