
ผอ.คนใหม่รับโรงเรียนเป็นหนี้ผู้รับเหมา3ปีกว่า5ล.จ่ายคืนแล้วกว่า3แสนบาท
กาฬสินธุ์-ผอ.โรงเรียนกมลาไสยรับเป็นหนี้ยายแก้วผู้รับเหมากว่า5ล้านบาทจ่ายคืนไปแล้วกว่า3แสนบาทในช่วง3ปีที่ผ่านมาจะเจรจาหาทางออกให้ร่วมกันในเร็ววันนี้
กาฬสินธุ์-ผอ.โรงเรียนกมลาไสยรับเป็นหนี้ยายแก้วผู้รับเหมากว่า5ล้านบาทจ่ายคืนไปแล้วกว่า3แสนบาทในช่วง3ปีที่ผ่านมาจะเจรจาหาทางออกให้ร่วมกันในเร็ววันนี้
กรณีนางวิจิตรา บุญรัตน์ หรือยายแก้ว อายุ 51 ปี ผู้รับเหมาหญิง ชาว ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์นำป้ายไวนิลขนาดใหญ่าติดไว้บนสะพานลอย ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งมีข้อความคล้ายกับเป็นการทวงหนี้ค่าปรับปรุงสถานศึกษากับผอ.โรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ และเวลาผ่านมานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ทางโรงเรียนกลับไม่จ่ายเงินจำนวน 5,200,000 บาท จนทำให้ครอบครัวเป็นหนี้สินที่นาถูกยึดไม่มีเงินจ่ายค่าแรงคนงาน
นายเอกรัฐ สารปัง ผอ.โรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่ากรณีนางวิจิตราหรือยายแก้วผู้รับเหมาที่ทางโรงเรียนเป็นหนี้ถือเป็นผู้รับเหมาที่ทำงานก่อสร้างให้กับโรงเรียนกมลาไสยมาหลายปีมีหนี้ในช่วงปี 2558 - 2559 ก่อนที่มารับตำแหน่งจำนวน 38 รายการ เป็นเงินทั้งหมด 5,616,625 บาท ปัจจุบันทางโรงเรียนได้ใช้หนี้ให้แล้ว 3 แสนกว่าบาท รวมทั้งได้ดำเนินการเยียวยาโดยให้ยายแก้วเข้ามาทำงานรับเหมาซ่อมแซมและก่อสร้างในปี 2561งบประมาณ 576,705 บาท ซึ่งรวมกับการที่โรงเรียนใช้หนี้เป็น 917,705 บาท ทำให้ขณะนี้ทางโรงเรียนเป็นหนี้กับยายแก้วเหลือ 4,698,920 บาท ที่ผ่านมายายแก้วได้เข้ามาพบและติดตามเรื่องหลายครั้งมีบางครั้งนั่งร้องไห้ก็รู้สึกเห็นใจ ดังนั้นทางโรงเรียนเตรียมที่จะขอความอนุเคราะห์ไปทางศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ สพม.24 เจ้าหน้าที่ทหาร คณะกรรมสถานศึกษา และฝ่ายปกครอง เพื่อเป็นตัวกลางที่จะเชิญผู้รับเหมาและห้างร้านต่างๆรวมถึงตัวยายแก้วเข้ามาเจรจาหาทางออกร่วมกันในเร็วๆนี้
ด้านนางวิจิตรา บุญรัตน์ หรือยายแก้ว กล่าวว่า ยืนยันว่าทางโรงเรียนเป็นหนี้ค่าก่อสร้างในช่วงปี2558-2559 ในช่วงผอ.คนเก่าไม่ต่ำกว่า 5.2 ล้านบาท และจนถึงปัจจุบันเวลาล่วงเลยผ่านมานานกว่า 3 ปีแล้วได้รับเงินใช้หนี้มาเพียง 3 แสนกว่าบาท จากยอดหนี้ 5 ล้านกว่าบาท ซึ่งการใช้หนี้ที่ทางผอ.โรงเรียนสามารถจัดสรรจำนวน 1 ล้านบาทต่อปีก็ต้องหารเฉลี่ยกันของผู้รับเหมา และห้างร้านทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 10 ราย
ทั้งนี้หากนายเอกรัฐ ผอ.คนปัจจุบันบอกว่าโรงเรียนเหลือหนี้อยู่ประมาณ 8 ล้านบาท จากทั้งหมดที่เคยเป็นหนี้ 15 ล้านบาทก็เท่ากับว่าครึ่งหนึ่งของยอดหนี้ทั้งหมดเป็นเงินของตนที่โรงเรียนค้างอยู่ เพราะปัจจุบันทางโรงเรียนเป็นหนี้ตนอยู่ 4,698,920 บาท ดังนั้นจึงอยากให้ผอ.ทั้งสองคนซึ่งคนหนึ่งเป็นคนว่าจ้างให้ทำงาน ขณะที่เป็นผู้บริหาร และอีกคนหนึ่งในฐานะผอ.ปัจจุบันที่มีอำนาจในการจ่ายเงิน มาหันหน้านั่งคุยปรึกษาหารือกันร่วมกับผู้รับเหมาทุกคนเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่ความเดือนร้อนเพียงคนเดียว ยังรวมถึงคนงาน และบริษัทห้างร้านอื่นๆด้วย







