
170 องค์กรจี้ สนช.ยุติเร่งออกกฎหมาย-หวั่นไม่รอบคอบ
170 องค์กรภาคประชาสังคมเตรียมค้าน สนช.เร่งออกกฎหมายทิ้งทวนก่อนเลือกตั้ง-เกรงไม่รอบคอบและกลายเป็นปัญหาในอนาคต
170 องค์กรภาคประชาสังคมเตรียมค้าน สนช.เร่งออกกฎหมายทิ้งทวนก่อนเลือกตั้ง-เกรงไม่รอบคอบและกลายเป็นปัญหาในอนาคต
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นายภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.) กล่าวภายในงานสัมมนาสาธารณะเรื่อง "เปลี่ยนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและมีธรรมาภิบาล" ว่า ประเด็นสำคัญในการหารือ 2 เรื่อง คือ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี ควรทบทวนคำสั่ง คสช.ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) และเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนในภูมิภาคต่างๆโดยเฉพาะคำสั่ง คสช.ที่ประกาศเวนคืนที่ดินพื้นที่ภาคเกษตรชั้นดี พื้นที่สาธารณะและป่าชุมชน โดยภาครัฐไม่ดำเนินการใดๆ จึงควรยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เพื่อคืนพื้นที่ดังกล่าวให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ยุติการเร่งรัดการออกกฎหมาย เช่น ร่าง พ.ร.บ. ข้าว พ.ศ. ร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ ร่าง พ.ร.บ.ค้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พ.ศ. หรือกฎหมายสำคัญอื่นๆด้วย เนื่องจากเห็นว่า สนช.มีเพียง 240 คน แต่พยายามดึงดันจะพิจารณากฎหมายนับร้อยฉบับ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดไปจนถึงการเลือกตั้งในวันที่ 23 มี.ค.2562 ที่ สนช.จะยุติบทบาท
เหตุผลสำคัญ คือ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ประชาธิปไตยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สนช.ควรยุติบทบาท ขณะที่จำนวน สนช.ที่ลงมติจริงเพียง 130-140 คนเท่านั้น ขณะที่กฎหมายมีจำนวนมากคณะกรรมาธิการย่อม ไม่รอบคอบในการพิจารณา โดยเฉพาะตำแหน่งประธานจะวนกันไปเป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดอื่นๆ
ดังนั้นบรรยากาศการทำงานดังกล่าวไม่เอื้อต่อการพิจารณาความรู้ความเชี่ยวชาญของคณะกรรมาธิการแต่ละชุด โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับกฎหมายอุทยาน หรือสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขาดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคม ย่อมจะกลายเป็นปัญหาในอนาคต เพราะหากออกกฎหมายแล้วมีปัญหาจะก่อให้เกิดปัญหาการแก้ไข หรือต้องเข้าชื่อเพื่อเสนอให้ยกเลิก กฎหมายที่ สนช.พิจารณาในช่วงเดือนเดียว ซึ่งภาคประชาสังคมได้รวบรวมรายชื่อได้ 170 องค์กร เตรียมยื่นหนังสือถึง นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ให้ยุติบทบาทการออกกฎหมาย







