
ผู้ประกอบการหาดใหญ่โอดเจ๊งยับ
บทเรียนจากน้ำท่วมครั้งนี้ การจัดการกับปัญหาขยะน่าจะเป็นสิ่งที่ชาวหาดใหญ่ต้องหันกลับมาทบทวนการใช้และทิ้งให้มากกว่านี้....
บทเรียนจากน้ำท่วมครั้งนี้ การจัดการกับปัญหาขยะน่าจะเป็นสิ่งที่ชาวหาดใหญ่ต้องหันกลับมาทบทวนการใช้และทิ้งให้มากกว่านี้....
โดย....ธนก บังผล
กว่า 2 คืน 3 วัน นับตั้งแต่น้ำป่าไหลหลากมาจากมาเลเซีย ผ่าน จ.ปัตตานี เข้า อ.สะเดา จ.สงขลา แล้วมารวมกันที่ อ.หาดใหญ่ แม้ชาวหาดใหญ่จะรับรู้ว่าพายุดีเปรสชั่นจะเข้า แต่ก็ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้
จันทนา แซะชี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวแคะ ละแวกโรงเรียนศรีนคร ถนนหอยมุกต์ ย่านการค้าขาย บอกว่า น้ำท่วมครั้งนี้โทษใครไม่ได้เลย เพราะทุกคนในเมืองหาดใหญ่ต่างก็ได้รับผลกระทบที่หนักเหมือนๆ กัน
“แต่ดีที่ว่ายังเป็นตึก ซึ่งดีกว่าบ้านไม้ อย่างที่เขต 8 (ใกล้กับตลาดกิมหยง) ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวนั้นท่วมมิดหลังคาเลย ร้านเราท่วมแค่ระดับคอ แต่ที่แย่หน่อยคือของเราเพิ่งหมดล็อต เลยสั่งใหม่ ของมาตอนกลางวันน้ำมาท่วมตอนกลางคืน ตู้เย็นแบบ 4 ประตู ทั้งหมด 4 เครื่องลอยน้ำตีลังกาหมด คาดว่าถ้าฝนไม่ตกลงมาซ้ำอีก 4-5 วัน ก็น่าจะเก็บของล้างร้าน แล้วอาจจะเปิดร้านได้”
เธอบอกด้วยว่า เฉพาะการสั่งของมาลงใหม่คราวนี้ ทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวแคะชื่อดัง สูญไปกว่า 4-5 หมื่นบาท
ขยับไปร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาราชวงศ์ เย็นตาโฟ (โกชัย) บ๊ะกุดเต๋สูตรหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน ชัย ลิ่วธนวงศ์ เจ้าของร้าน นั่งมองเศษซากความเสียหายภายในร้านด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
“ผมไม่คิดว่าใครจะมาช่วยผม มันเป็นเรื่องธรรมชาติ รัฐบาลชุดไหนก็ช่วยไม่ได้ ห้ามน้ำป่าได้เหรอ ถ้าเป็นฝนตกแล้วท่วมมันไม่หนักอย่างนี้ ตอนตีหนึ่งยังแค่เข่า พอตี 2 ท่วมมาถึงเอวแล้ว แล้วน้ำก็เชี่ยวมาก เป็นสีแดง ขึ้นเร็ว เก็บร้านอย่างไรก็ไม่ทัน”
เขาบอกอีกว่า ร้านบ๊ะกุ๊ดเต๋ เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยว กำลังจะครบปี น้ำป่าละลายเงินลงทุนไปหลายแสนบาท ปล่อยคราบดินสีแดงไว้ตามผนังร้าน
“ผมเพิ่งสั่งยาจีนมาต้มบะกุ๊ดเต๋ สั่งปลามา 200 กิโลกรัม แช่น้ำอยู่ 2 คืน เสียหมด ถามผมว่าจะเปิดอีกทีเมื่อไหร่ ขอผมหาทุนก่อนแล้วกัน”
ขณะที่ผู้ดูแลร้าน “นิวเลดี้ อาบอบนวด” ปิดมา 2 วัน ตามกระจกตู้บอกถึงความสูงมากกว่า 1 เมตร
“พรมนี่เพิ่งปูใหม่เลยน้ำท่วมเละ ข้าวของขวดเบียร์นี่ลอยเกลื่อนเลยนะตอนน้ำกำลังขึ้นนี่เราก็ช่วยกันขนของแล้วนะ แต่มีแต่สาวๆ โซฟาก็เสียหายไปหลายตัว ที่เสียหายมากที่สุดคือตู้ เพราะมีทั้งพรม”
นอกจากนี้แล้ว โรงแรมหาดใหญ่เมอร์ลิน ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้ “อรอัญ สันติสุขลาภ” เจ้าของโรงแรมบอกว่า ข้าวปลาอาหารต้องหากันกินเอง หน่วยงานรัฐที่ว่าจะเข้ามาช่วยก็ไม่มี
เธอ เผยว่า กับข้าวต้องตั้งอิฐรองเตาแก๊ส แล้วแบ่งปันกันกับลูกค้าที่มาพักโรงแรม ส่วนถนนหนทางหน้าโรงแรมนั้นก็เป็นเพราะคนละแวกนี้ช่วยกันเอง หน่วยงานที่โหมมาลงก็ไม่ได้มาดูแลที่นี่
“ตอนวันที่ท่วมนี่เราเก็บไม่ทัน เห็นอีกทีก็ท่วมเกือบพ้นเคาน์เตอร์แล้ว ดีที่เรามีประสบการณ์น้ำท่วมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว กดลิฟท์ให้ขึ้นไปข้างบนก่อน เดี๋ยวพอไฟมาก็ใช้ได้ ตอนนี้ทั้งโรงแรมมีลูกค้าพักอยู่ประมาณ 40 คน ทั้งหมดก็ 14 ห้อง เราให้พักฟรี ถ้าคุณจะมานอนก็ให้พักฟรีแต่ว่าไม่มีไฟ”
แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงเรื่อยๆและรวดเร็วตามลำดับแล้ว แต่คลองในเมืองซึ่งทำหน้าที่ระบายนั้นยังคงน่าเป็นห่วง ส่วนมากเต็มไปด้วยขยะที่ทำให้ท่ออุดตัน
บทเรียนจากน้ำท่วมครั้งนี้ การจัดการกับปัญหาขยะน่าจะเป็นสิ่งที่ชาวหาดใหญ่ต้องหันกลับมาทบทวนการใช้และทิ้งให้มากกว่านี้
เช่นเดียวกับหน่วยงานที่โถมกระหน่ำลงไปช่วยเหลืออย่างไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งนอกจากจะช้าแล้วยังไม่ทั่วถึง
ชาวบ้านหลายคนบ่นเรื่องการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงทหาร ที่ทำหน้าที่แบบขอไปที
ใครไม่ติดอยู่ในที่พักอาศัย ไม่มีข้าว ไม่มีน้ำดื่มสะอาดบริโภค ไม่มีญาติผู้ใหญ่วัยชราติดค้างอยู่ในน้ำที่ท่วมเกิน 2 เมตร มาล่วงเข้าวันที่ 3 แล้วคงไม่มีวันเข้าใจ
อย่าปล่อยให้ชาวบ้านเขาว่าได้ว่าแม้แต่พื้นที่ของ “พรรคประชาธิปัตย์” เอง นักการเมืองก็ยังเอาแต่จะหาเสียงให้ได้







