
ป.ตามรวบคนร้ายหลังก่อคดีอื้อ
กองปราบตามรวบคนร้าย หลังร่วมกับพวกก่อคดี ลัก-วิ่ง-ชิง-ปล้น ก่อนถูกตามจับได้ที่โคราช สอบประวัติพบเคยถูกจำคุกมา 4 ปี และก่อคดีมานับไม่ถ้วน
กองปราบตามรวบคนร้าย หลังร่วมกับพวกก่อคดี ลัก-วิ่ง-ชิง-ปล้น ก่อนถูกตามจับได้ที่โคราช สอบประวัติพบเคยถูกจำคุกมา 4 ปี และก่อคดีมานับไม่ถ้วน
วันนี้ (3 พ.ย.) เวลา 10.00 น.ที่ กองปราบปราม พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. แถลงข่าวจับกุม นายอนุวัฒน์ แค้มจันทร์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 24 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 594/2548 วันที่ 24 พ.ค.2548 ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีหรือใช้อาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จับกุมตัวได้ที่บริเวณริถนน ปากช่องลำสำพุง ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2548 เวลา 02.00 น.ได้ร่วมกับพวก 11 ราย ใช้รถจักรยานยนต์ 5 คัน เป็นพาหนะขณะที่กลับจากการเที่ยวผับแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ได้ใช้อาวุธมีดปล้นทรัพย์ร้านเซเว่นฯ สาขาแก่งขนน ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี นอกจากนี้ ยังมีที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยได้ใช้อาวุธมีดร่วมกับพวกอีก 2 คน ปล้นร้านขายของชำ และได้ร่วมกับพวกอีก 2 คน ใช้อาวุธมีดปล้นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่บริเวณถนนเส้นบายพาสขาเข้า กทม.อ.หนองสาหร่าย จ.นครราชสีมา ได้ทรัพย์สินเป็นรถจักรยานยนต์
นายอนุวัฒน์ กล่าวอีกว่า เมื่อปี พ.ศ.2547 ได้ร่วมกับพวก 4 คน โดยใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นยานพาหนะ ปล้นทรัพย์ผู้ขับขี่รถกระบะที่จอดอยู่ริมถนนตลาดปากช่อง โดยใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ได้สร้อยทองหนัก 1 บาท 1 เส้น แต่มาถูกตำรวจจับกุม ซึ่งศาลตัดสินจำคุก 4 ปี จนออกจากคุก และไปทำงานเป็นกรรมกรในบริษัทแห่งหนึ่งจนกระทั่งมาตำรวจกองปราบปรามจับกุมดังกล่าว จากนั้นนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.สระบุรี ดำเนินคดีต่อไป







