
สรรพากรให้หักภาษีบริจาคช่วยน้ำท่วม
สรรพากรเปิดทางบริจาคน้ำท่วมหักภาษีได้นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า
สรรพากรเปิดทางบริจาคน้ำท่วมหักภาษีได้นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า
คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาตรการชั่วคราวให้ผู้บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมกับนิติบุคคลคนกลาง เช่น บริจาคผ่านสถานีโทรทัศน์ นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ บุคคลธรรมดานำมาหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย และนิติบุคคลหักได้ 2% ของกำไรสุทธิ
นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) สำหรับผู้ประกอบการที่บริจาคสิ่งของให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม รวมถึงยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผู้ที่รับการช่วยเหลือ เช่น ได้เงินช่วยเหลือจากภาครัฐจำนวน 5,000 บาท ได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกัน ไม่ต้องนำมาเป็นรายได้เสียภาษี โดยมาตรการจะใช้ได้ถึงสิ้นเดือน ธ.ค.นี้
นายสาธิต กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 จัดเก็บได้สูงกว่าเป้า 7% หรือประมาณ 5 พันล้านบาท และจัดเก็บได้สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ทำให้คาดว่าการจัดเก็บรายได้ทั้งปีงบประมาณจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.3 ล้านล้านบาท แม้ว่าจะมีปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ก็ไม่ส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ในภาพรวม คาดว่าจะเก็บได้ 1.3 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมาย
ดังนั้น จากสถานการณ์น้ำท่วมยอมรับว่ามีผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีบ้างเล็กน้อย แต่เป็นผลในระยะสั้นๆ เพราะแม้ว่าปัญหาน้ำท่วมจะทำให้ภาคธุรกิจและบริการต้องหยุดชะงักลงไป แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายก็ต้องเริ่มกลับมาซ่อมแซม ลงทุนใหม่ รวมถึงการอัดฉีดเม็ดเงินช่วยเหลือของรัฐ ก็จะเป็นแรงกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ทั้งปี
นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังมอบหมายให้สรรพากรภาคทั่วประเทศ ไปศึกษารายธุรกิจอุตสาหกรรมในพื้นที่ และไปจัดทำสรุปว่ามีอุตสาหกรรมใดบ้างที่มีปัญหาในเรื่องขั้นตอน วิธีการชำระภาษีบ่อยครั้ง ประมาณ 10 ประเภท เพื่อประสานงานกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย ในพื้นที่ ชี้แจงขั้นตอนการเสียภาษีที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้มีปัญหา ทำให้สรรพากรต้องเรียกขอภาษีย้อนหลังอีก
“ผมให้นโยบายไปดูว่ามีอุตสาหกรรมใดที่มีปัญหาเรื่องการเสียงภาษีบ่อยๆ ให้ไปสรุปชี้แจงแนวทางให้เอกชนทราบเพื่อแก้ไขนำไปปฏิบัติ ซึ่งเมื่อชี้แจงไปแล้ว เอกชนจะอ้างไม่ได้ว่าไม่เข้าใจ หากไม่ทำตามเราก็ต้องเรียกภาษีย้อนหลังเต็มที่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่การถอนขนห่าน เพราะหากห่านขี้โกงห่านก็ต้องตาย”นายสาธิต กล่าว
สำหรับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการออมในรูปแบบประกันชีวิตแบบบำนาญ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 34 เดือน ขณะเดียวกันสรรพากรก็จะต้องเร่งหารือกับสมาคมประกันชีวิต เพื่อวางเงื่อนไขที่ชัดเจนสำหรับการทำประกันบำนาญเพื่อมาขอหักลดหย่อนภาษีได้
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จะเสนอของบประมาณ 926 ล้านบาท เข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งต่อไป เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแบ่งเป็น 1.งบประมาณ 406 ล้านบาทในโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือ โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถช่วยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอีกประมาณ 2 แสนคน จากเดิมซึ่งมีงบปกติในโครงการนี้อยู่แล้ว 139 ล้านบาทโดยให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ 3 หมื่นคนและ2.งบประมาณอีกกว่า 520 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยให้รัฐบาลช่วยจ่ายเงินสมทบเป็นเวลา 1 เดือน อย่างไรก็ตามต้องรอการพิจารณาของครม.เศรษฐกิจอีกครั้งว่าจะได้รับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเท่าใด







