
เตือนสัปดาห์หน้าฝุ่นเพิ่มขึ้น
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนสัปดาห์หน้า ช่วง13-15ก.พ. ความกดอากาศปกคลุมภาคกลาง ส่งผลปริมาณฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนสัปดาห์หน้า ช่วง13-15ก.พ. ความกดอากาศปกคลุมภาคกลาง ส่งผลปริมาณฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 13-15 ก.พ.นี้ คาดการณ์ว่าสภาพอากาศจะนิ่งจากความกดอากาศเข้าปกคลุมภาคกลาง จากนั้นมีฝนตกเล็กน้อยก่อนที่อุณหภูมิจะลดต่ำลง จึงขอให้เฝ้าระวังและเตรียมรับมือ หากหน่วยงานต่างๆ ดำเนินมาตรการแก้ปัญหา เช่น ตรวจควันดำ จะช่วยทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ไม่เกินมาตรฐาน
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลลดลงในช่วงนี้ เนื่องจากมีเมฆเข้าปกคลุม อากาศเปิด ส่งผลให้ลมด้านบนช่วยพัดฝุ่นละอองลอยขึ้นสูงไปที่อื่น
กรมควบคุมมลพิษคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองช่วง 7 วันข้างหน้า จนถึงวันที่ 13 ก.พ. ว่า คุณภาพอากาศยังคงมีแนวโน้มกระทบต่อสุขภาพ และคาดการณ์ว่าตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.เป็นต้นไป ปริมาณฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ด้านศาลปกครองกลางได้นัด ไต่สวนคำขอกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว ซึ่งสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและประชาชนที่พักอาศัยเขตจตุจักร-บางเขน-ลาดพร้าว 5 ราย ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาด เล็ก ได้ฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ละเลยการปฏิบัติ หน้าที่ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ทั้งนี้ ผู้ฟ้องคดีขอให้ศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว โดยให้ศาลสั่งนายกรัฐมนตรีให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันควบคุม ระงับ หรือบรรเทา อันตราย และความเสียหายที่เกิดจากปัญหาฝุ่นละอองภายใน 3 วัน และให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ ผวจ.ทุกจังหวัดยึดกำแพงเพชรโมเดล สั่งห้ามเผาหลังเก็บเกี่ยวอย่างเด็ดขาด โดยศาลจะมี คำวินิจฉัยออกมาในเร็วๆ นี้
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า การกวดขันจับกุมรถควันดำต้นเหตุทำให้ค่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐานตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 4 ก.พ. มีรายงานว่าจับกุมได้เกือบ 8,000 ราย โดยช่วงแรกใช้แผนตั้งจุดตรวจมีรถส่วนหนึ่งหลบเลี่ยงการตรวจ จึงเปลี่ยนไปใช้มาตรการเชิงรุกตั้งชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่ 5 ชุด เข้าไปดำเนินการจับกุม จากการได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน สน.ท้องที่ และสังเกตด้วยตาเปล่าผลการปฏิบัติปกติจับกุมได้วันละ 500-600 ราย/วัน ขณะนี้ลดลงเหลือวันละประมาณ 400 กว่าราย
"สันนิษฐานว่าผู้ประกอบการหรือ ผู้ที่ขับรถน่าจะไม่นำรถควันดำออกมาใช้อีก เพราะรู้ว่าตำรวจมีการกวดขันจับกุมอย่างเข้มข้น อีกประการหนึ่งได้เชิญสมาคมรถบรรทุก ผู้ประกอบการต่างๆ มาขอความร่วมมือให้ตรวจสอบสภาพรถยนต์ ทำให้ปริมาณรถควันดำที่นำมาใช้บนท้องถนนลดลง ยังไม่มีการจับกุมรถควันดำที่นำมาวิ่งซ้ำสอง โดยหากตรวจพบถ้าเป็นรถใหญ่จะพ่นสีห้ามใช้ ส่วน รถเล็กกรมควบคุมมลพิษจะติดสติ๊กเกอร์ไว้" พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าว







