
ไทยเล็งปรับค่าฝุ่นPM2.5ตามองค์การอนามัยโลกไม่เกิน 37.5ไมโครกรัมต่อลบ.ม.
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เล็งพิจารณาปรับค่าฝุ่นPM2.5ให้เป็นไปตามองค์การอนามัยโลกที่ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เล็งพิจารณาปรับค่าฝุ่นPM2.5ให้เป็นไปตามองค์การอนามัยโลกที่ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 62 พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จะมีการพิจารณามาตรการในระยะ เร่งด่วน กลางและยาว เพื่อแก้ปัญหา PM2.5 โดยในระยะเร่งด่วนได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว โดยที่ประชุมจะมีการพิจารณามาตรการในระยะกลางและระยะยาว
ที่สำคัญคือการพิจารณาปรับลดค่าเฉลี่ย PM2.5 ราย 24 ชั่วโมงของประเทศไทยใหม่ให้สอดคล้องกับที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำในระดับที่ 3 อยู่ที่ระดับไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.จากปัจจุบันใช้ค่าเฉลี่ยในระดับที่ 2 อยู่ที่ระดับไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. รวมถึงปรับค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 รายปีที่องค์การอนามัยโลก แนะนำในระดับที่ 3 อยู่ที่ระดับไม่เกิน 15 มคก./ลบ.ม.จากปัจจุบันใช้ค่าเฉลี่ยในระดับที่ 2 อยู่ที่ระดับไม่เกิน 25 มคก./ลบ.ม รวมทั้งการปรับเปลี่ยนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เข้าสู่มาตรยูโร 5-6
พล.อ. สุรศักดิ์ กล่าวว่า ได้หารือกับกรมปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยแล้วว่า กทม.ปริมณฑล และส่วนท้องถิ่นมนเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต จะต้องมีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศเป็นของตัวเองให้ครบ จะรอแต่ส่วนกลางเข้าไปแก้ปัญหาไม่ได้ อย่างไรก็ตามในส่วนที่มีการแชร์ภาพการฉีดน้ำใส่เครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศเพื่อหวังให้ค่าฝุ่นลดลงใน จ.สมุทรสาครนั้น เป็นภาพตัดต่อ เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งการฉีดน้ำจะช่วยลดฝุ่นขนาดใหญ่ที่ฟุ้งกระจายลง ช่วยบรรเทาสถานการณ์ PM2.5 ให้ดีขึ้น ซึ่งคาดว่าต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ไปถึงสิ้นเดือน ก.พ.นี้
ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคม ได้ทำความสะอาดแล้วคืนพื้นผิวการจราจรเส้นทางการก่อสร้างเส้นรถไฟฟ้าทุกสายที่ทำให้ผิวการจราจรคับแคบจนเกิดความแออัดของรถยนต์จนปล่อยควันดำที่ก่อฝุ่นละออง PM2.5 ให้ลดลง โดยไม่ได้หยุดการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่อาจเกิดความเสียหายและล่าช้าจากการก่อสร้างได้ ควบคู่กับการฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกเส้นทางและด่านเก็บเงินบนทางด่วน เพื่อลดฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ซึ่งไม่ใช่ฝุ่นละออง PM2.5 ทำความสะอาดเครื่องจักรกลที่ใช้น้ำมันดีเซลในกระบวนการก่อสร้าง เป็นต้น







