
นักวิ่งฝ่ากรุง3หมื่นคนลุ้นฝุ่น
สธ.เตือนใส่หน้ากาก N95 วิ่งมาราธอนกลางกรุง เสี่ยงสูงหน้ามืด ช็อกหมดสติ เหตุเกิดแรงดูดมากทำให้ร่างกายเหนื่อยกว่าปกติ
สธ.เตือนใส่หน้ากาก N95 วิ่งมาราธอนกลางกรุง เสี่ยงสูงหน้ามืด ช็อกหมดสติ เหตุเกิดแรงดูดมากทำให้ร่างกายเหนื่อยกว่าปกติ
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สธ.ประสานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งจัดงานวิ่งผ่าเมือง "อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก 2019" ในวันที่ 3 ก.พ.นี้ โดยแนะนำผู้จัดไม่ควรให้นักวิ่งใส่หน้ากากในระหว่างวิ่งเพราะการใส่หน้ากาก N95 ดีที่สุด คือ อากาศจะต้องไม่รั่ว เข้าไป อากาศต้องผ่านระบบกรองเข้าไป โดยใช้แรงดูดโดยการหายใจเข้าไป ซึ่ง จะใช้แรงมากกว่าปกติอยู่แล้ว หากใส่หน้ากากวิ่งด้วยใช้แรงดูดด้วย ก็จะทำให้ร่างกายเหนื่อยมากกว่าปกติจนทนไม่ได้ จึงไม่แนะนำให้ใส่ N95 วิ่งเพราะอาจทำให้หน้ามืดได้
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลซึ่งต้องใช้หลายอย่าง ได้แก่ 1.ข้อมูลด้านภาวะอากาศและการคาดคะเนต่างๆ 2.การดูแลสุขภาพของนักวิ่ง ซึ่งคนที่จะวิ่งร่างกายต้องมีความแข็งแรง มีการพักผ่อนที่เพียงพอ และไม่ฝืนออกกำลังกาย เป็นต้น
ขณะที่ยอดผู้สมัครวิ่งผ่าเมืองทุกรายการมีมากกว่า 3 หมื่นคน โดยจะปล่อยวิ่งจากถนนรามคำแหงช่วงการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เวลา 02.30 น. ของคืนวันเสาร์ที่ 2 ก.พ.ต่อเนื่องเช้าวันอาทิตย์ที่ 3 ก.พ. โดยจะปิดการจราจรทั้ง 100% และบางส่วน ตั้งแต่สนามราชมังคลากีฬาสถาน-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อย่างไรก็ตาม นักวิ่งต้องลุ้นว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะยกเลิกหรือไม่ เพราะหลายฝ่ายหวั่นว่าหากยังจัดการแข่งขันอาจจะทำให้นักวิ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตฝุ่น ก่อนหน้านี้ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการททท.ยืนยันว่าการจัดงานยังดำเนินการอยู่เพราะได้เตรียมการไว้นานแล้ว
ด้าน กรมการแพทย์ได้ออกแถลงการณ์เลื่อนกิจกรรม "วิ่งทั่วไทย เพื่อโลกไร้มะเร็ง" สนามพุทธมณฑล จ.นครปฐม และสระเก็บน้ำพระราม 9 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ในวันที่ 3 ก.พ.นี้ เนื่องจากสภาวะอากาศในบริเวณดังกล่าวมีปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเช้ามืด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของนักวิ่งจึงขอเลื่อนกิจกรรมออกไปจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น







