
สุดยอด!ซีอีโอโรงเรียนการบินกรุงเทพอาสาระดมเครื่องขึ้นบินโปรยละอองน้ำแก้วิกฤตฝุ่นฟรี
"กัปตันปิยะ" ซีอีโอโรงเรียนการบินกรุงเทพอาสาระดมเครื่องขึ้นบินโปรยละอองน้ำเพื่อแก้วิกฤตฝุ่นละอองฟรี เผยขณะนี้ได้ประสานกับกทม.แล้วเตรียมเริ่มปฏิบัติการ
"กัปตันปิยะ" ซีอีโอโรงเรียนการบินกรุงเทพอาสาระดมเครื่องขึ้นบินโปรยละอองน้ำเพื่อแก้วิกฤตฝุ่นละอองฟรี เผยขณะนี้ได้ประสานกับกทม.แล้วเตรียมเริ่มปฏิบัติการ
รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเ คมีอินทรีย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า นาวาอากาศโท ปิยะ ตรีกาลนนท์ หรือ กัปตันปิยะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด หรือ โรงเรียนการบินกรุงเทพ (BAC)ได้เสนอไอเดียนำเครื่องบินขนน้ำขึ้นโปรยละอองน้ำเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง โดยยินดีบินให้ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้มีเครื่องบินอยู่ 47 ลำ
"ไอเดียของ กัปตันปิยะ ตรีกาลนนท์ CEO บริษัท บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด ที่ยินดีบินให้ "ฟรี" ไม่คิดค่าใช้จ่าย ขนน้ำได้เที่ยวละ 140 กก. ต่อลำ โดยเราสามารถบินเกาะหมู่หน้ากระดาน 10-20ลำ (wing span 10เมตร บินห่างกันระหว่างลำข้างละ20เมตร)กินพื้นที่หน้ากระดานได้คราวละ 1,000เมตร(1กิโล) เพื่อปล่อยละอองน้ำนาน 20นาที นั่นหมายถึงได้พื้นที่ทางยาว 40กิโลเมตร ทางกว้าง1กิโลเมตรต่อเที่ยว
วันนึงบินได้4-5เที่ยวสบายๆครับ
ขอแค่น้ำและอุปกรณ์ใส่น้ำ และรัฐอำนวยความสะดวกด้านกฏหมายการบิน อ.อ๊อด จะร่วมบินไปพร้อมกับทีมนี้ครับ
เครื่องบินมี 47 ลำ"
ต่อมา รศ.ดร.วีรชัย ได้แจ้งข้อมูลอัพเดทว่า กัปตันปิยะ ได้ติดต่อประสานกับทางเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้ว และจะมีการปฏิบัติการเชิงรุกโดยการใช้เครื่องบินของโรงเรียนการบินออกมาช่วยบรรเทาวิกฤตฝุ่นPM2.5พร้อมระบุถึงข้อความที่กัปตันปิยะส่งถึงครูโรงเรียนการบิน โดยมีรายละเอียดดังนี้
"อัพเดทล่าสุดขณะนี้กัปตันปิยะ CEO โรงเรียนการบินกรุงเทพ หรือ BAC บริษัท บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด โทร. 0-2900-4644 ได้ติดต่อประสานงานกับ ดร.เกรียงพล เลขานุการของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งคิดว่าจะมีปฏิบัติการเชิงรุกโดยการใช้เครื่องบินของโรงเรียนการบินออกมาช่วยบรรเทาสถานการณ์วิกฤต PM 2.5 ครับ
นี่คือข้อความที่กัปตันปิยะได้ส่งถึงครูโรงเรียนการบิน
เรียนครูการบินทุกท่านครับ
จากวิกฤต PM 2.5 ผมขออนุญาตทีมครูการบินทั้ง111ท่านระดมสมองกันเพื่อกอบกู้วิกฤติในครั้งนี้เท่าที่กำลังของโรงเรียนการบิน BACเราจะ ทำได้นะครับ
ในเบื้องต้นผมขออนุญาตแต่งตั้งครูโชคเป็นประธานในภารกิจนี้โดยมีครูหน่อยเป็นเลขาฯเพื่อทำแผนให้สอดคล้องกับภารกิจนะครับ
ผมแบ่งเป็นประเด็นได้ดังนี้ครับ
1. การวางแผนบินหมู่ซึ่งเราน่าจะบินเกาะหมู่แบบห่างๆ อาจจะห่างกันประมาณสองถึงสามช่วงปีก บินหน้ากระดานกันไป 10 ถึง 20 ลำในคราวเดียว เพื่อให้เกิดความกว้างของการปล่อยละอองน้ำจะมีพื้นที่ครอบคลุมหน้ากระดานประมาณ 1 กิโลเมตร และด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะทำให้น้ำในถัง 140-150ลิตร ซึ่งปล่อยละอองออกมาสามารถปล่อยได้ประมาณ 20 ถึง 30 นาที เราจะได้ระยะทางในการบินปล่อยละอองน้ำ 40 ถึง 50 กิโลเมตรครับ วงรอบหนึ่งจะกินพื้นที่ในการปล่อยละอองน้ำได้ถึง 50 ตารางกิโลเมตรซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นนัยยะสำคัญพอสำหรับการเก็บฝุ่นละออง
2. การพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์การปล่อยละอองน้ำในเบื้องต้นเราให้ครูจูเนียร์ทำการศึกษาในเรื่องของเครื่องบินพ่นยาฆ่าแมลงในต่างประเทศเพราะมีลักษณะการทำงานคล้ายกัน เราอาจจะดัดแปลงและขอความช่วยเหลือจากบริษัทผลิตพัดลมไอน้ำที่มีหัวฉีดละอองไอน้ำให้เกิดละอองขนาดเล็กประมาณ 0.3 ไมคอนตามที่ ดร.วีรชัย (อาจารย์ภาคเคมี คณะ ศิลปศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)ให้คำแนะนำว่าละอองน้ำขนาดดังกล่าวจึงจะเป็นประโยชน์ในการจับฝุ่นละอองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนการติดตั้งถังน้ำเพื่อให้ถูกกฎการบินนั้นกำลังวางแผนและประสานกับทางสำนักงานการบินพลเรือน อาจจะต้องนำเรียน ดร.จุฬาโดยตรงเพื่องานที่กระชับขึ้น
3. การประสานกับบริษัทวิทยุการบิน เพื่อวางแผนเส้นทางการบินและปล่อยละอองน้ำ เรื่องนี้คงต้องรบกวนทางผู้ว่าฯกทม.ทำหนังสือร้องขอมาทางเราก่อน เราถึงจะนำเรื่องดังกล่าวหารือกับบริษัทวิทยุการบินและอาจจะต้องถึงหน่วยเกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อขออนุญาตให้ทำการบินเหนือเมืองหลวงได้ แต่อย่างน้อยเส้นทางพระรามสองที่กำลังเกิดวิกฤติหนักที่สุด เป็นเส้นทางที่เราใช้บินไปหัวหินเป็นประจำได้อยู่แล้ว อาจจะเป็น เส้นทางแรกในการทดสอบของเราโดยมีตัวชี้วัดผลได้ดีคือหลังจากเราลองปฏิบัติดูแล้ว หากค่าของฝุ่นละอองที่วัดได้จากพื้นดินลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ เราจะเดินหน้าต่อกับทุกพื้นที่ในกรุงเทพต่อไปครับ
ขอขอบพระคุณในการให้ความร่วมมือเพื่อชาติในครั้งนี้ด้วยครับ"







