
พระไพศาลเตือนสนช. แก้กฎหมายสลากได้ไม่คุ้มเสีย
พระไพศาลเตือนสติสนช.แก้พ.ร.บ.สลากได้ไม่คุ้มเสียสวนทางโลก ขณะที่ 34 องค์กรยื่น "ครูหยุย"ค้านเพิ่มอำนาจบอร์ดเพิ่มสลาก
พระไพศาลเตือนสติสนช.แก้พ.ร.บ.สลากได้ไม่คุ้มเสียสวนทางโลก ขณะที่ 34 องค์กรยื่น "ครูหยุย"ค้านเพิ่มอำนาจบอร์ดเพิ่มสลาก
จากการที่คณะรัฐมนตรีเสนอร่างแก้ไขพ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาลสู่สนช. โดยมีสาระสำคัญที่การเพิ่มอำนาจให้บอร์ดสลากสามารถกำหนดประเภทและรูปแบบของสลากใหม่ ๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นแปรญัตติของคณะกรรมาธิการ ก่อนนำเข้าสู่การลงมติของสนช.ต่อไป
เมื่อวันที่ 30 ม.ค.62 พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิกล่าวว่า อยากให้สนช.พิจารณาว่า การแก้พ.ร.บ.ครั้งนี้จะได้ไม่คุ้มเสีย สมมุติว่าแก้ปัญหาราคาสลากแพงได้จริง แต่ก็จะสร้างปัญหาใหม่ที่แย่กว่าเดิม คือจะทำให้คนติดอบายมุขสลากกินแบ่ง รวมถึงสลากประเภทอื่น ๆ ที่จะตามมามากขึ้น ตามหลักเศรษฐศาสตร์พอมีซัพพลายมากดีมานด์ก็จะเพิ่มมาก ถ้ามีสินค้าพนันมากขึ้น ความต้องการเล่นพนันของคนก็จะมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มคนจนผู้มีรายได้น้อย และอาจรวมไปถึงเด็กเยาวชนก็จะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย คนจะไปหวังพึ่งโชคหวังได้หวังรวย หวังในสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงน้อยมาก คนจะเสียเงินไปกับเรื่องเสี่ยงโชคมากขึ้น คุณภาพชีวิตก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ฐานะความเป็นอยู่จะเลวร้ายมากยิ่งขึ้นจากการมอมเมาของรัฐบาล
"การแก้พรบ.สลากเพื่อเพิ่มปริมาณการพนันเป็นการสวนทางกับแนวโน้มของโลกที่ควรทำให้พนันเกิดยากขึ้น แต่นี่กลับจะทำให้เข้าถึงง่ายและมีทางเลือกที่หลากหลาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าจะเกิดขึ้นในสังคมไทย การจะออกอบายมุขควรจะมีกฎระเบียบที่รอบคอบที่จะไม่ทำให้คนหลงงมงาย คนไทยควรพึ่งพาตนเองไม่ใช่หวังโชคจากลอตเตอรี่ สังคมไทย 4.0 ควรจะไปพัฒนาในด้านอื่น ๆ ไม่ใช่ในเรื่องสลากหรืออบายมุข"พระไพศาลกล่าว
ด้านเครือข่ายองค์กรด้านเด็กเยาวชนและครอบครัว34 องค์กรยื่นจดหมายถึงครูหยุย-วัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขพ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล คัดค้านร่างแก้ไขพ.ร.บ.นี้ นายเชษฐา มั่นคง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรด้านเด็กเยาวชนและครอบครัวมีความห่วงใยต่อผลกระทบที่อาจจะตามมา จึงมีข้อพิจารณาเสนอต่อกรรมาธิการ สนช. ดังนี้
1.การแก้พ.ร.บ.นี้ไม่ใช่สิ่งจำเป็น ด้วยปัญหาการขายสลากเกินราคาที่ผ่านมา เป็นเพราะรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด จึงไม่พึงเป็นข้ออ้างในการแก้กฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในอนาคต รัฐบาลควรทบทวนมาตรการแก้ปัญหา และพิจารณาหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพของสำนักงานสลาก ฯ แทนการมาแก้กฎหมายอันเปิดช่องให้เกิดปัญหาใหม่ ๆ
2.เครือข่ายขอคัดค้านการเพิ่มอำนาจให้บอร์ดกำหนดประเภทและรูปแบบสลาก รวมถึงการให้มีรางวัลสมทบที่เพิ่มความเร้าใจ เพราะสลากใหม่ ๆ จะเป็นการพนันที่เข้าถึงได้ง่ายด้วยการสื่อสารที่ทันสมัย อันจะมีผลทำให้ประชาชนเล่นพนันสลากมากขึ้น เท่ากับเป็นการเพิ่มการพนันในสังคม และจะบ่มเพาะลักษณะนิสัยนิยมการเสี่ยงโชคแก่เด็กเยาวชนที่ได้พบเห็นแบบอย่างพฤติกรรมจากผู้ใหญ่รอบตัว จึงไม่ควรเพิ่มอำนาจให้แก่คณะบุคคลใด ๆ ในการตัดสินใจที่อาจสร้างผลกระทบทางลบต่อสังคม ในทางตรงกันข้าม รัฐควรเพิ่มกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของคณะกรรมการสลากฯ เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการกำหนดนโยบาย
3.ขอคัดค้านการเปลี่ยนสัดส่วนการจัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในการนำเงินไปเพิ่มให้แก่ค่าบริหารงาน อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลเพียงจำนวนน้อย แทนที่จะเป็นเงินที่นำมาเป็นประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ รวมถึงขอคัดค้านการเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้แก่สำนักงานสลากฯ ด้วย เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น สำนักงานฯ ควรมีค่าบริหารจัดการที่น้อยลง และขอเรียกร้องให้กิจการสลาก ฯ อันเป็นการพนันโดยรัฐต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากการดำเนินกิจการ ในรูปของการจ่ายภาษีคืนกลับสู่สังคมในทางใดทางหนึ่ง เช่น ในรูปของกองทุนสนับสนุนการลดละเลิกพนัน เพื่อสนับสนุนให้เกิดกระบวนการทำงานทางสังคมที่จะนำมาสู่การลดละเลิกการพนันของประชาชน และการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการส่งเสริมการรู้เท่าทันการพนันแก่เด็กและเยาวชน
"ขอเรียกร้องให้กรรมาธิการยึดมั่นในจุดยืนว่า กิจการสลากกินแบ่งรัฐบาลพึงถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการควบคุมการเล่นพนันของคนในสังคม ให้เล่นพนันแต่น้อยกับการพนันถูกกฎหมายที่มีความถี่ไม่มาก เพื่อให้การเสี่ยงโชคเป็นเพียงนันทนาการ และหวังว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะไม่อนุมัติกฎหมายที่สวนทางกับหลักคิดนี้" นายเชษฐากล่าว
ด้านนางฐานิชชา ลิ้มพานิช ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า การแก้พ.ร.บ.ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นการแก้ที่เห็นแก่ได้ แก้เพื่อประโยชน์ของฝ่ายบริหารโดยแท้ ไม่คิดถึงผลกระทบต่อสังคม น่าผิดหวังที่คสช.ประกาศจะเข้ามาแก้ปัญหาแต่สุดท้ายกลายเป็นผู้เพิ่มปัญหาเสียเอง คสช.มักกล่าวหาว่านักการเมืองสร้างสิ่งเลวร้าย แต่พ.ร.บ.ที่รัฐบาลคสช.เสนอแก้ไขครั้งนี้กลับไม่ต่างจากที่นักการเมืองคิดอยากทำมาตลอด







