posttoday
"องคมนตรี"ทำนายอนาคต "เมื่อมนุษย์ต้องเผชิญยุคแห่งความสุดโต่ง"

"องคมนตรี"ทำนายอนาคต "เมื่อมนุษย์ต้องเผชิญยุคแห่งความสุดโต่ง"

29 มกราคม 2562

"นพ.เกษม วัฒนชัย" องคมนตรี บรรยายพิเศษ เผยแนวโน้มในอนาคตที่มนุษย์ต้องเผชิญยุคแห่งความสุดโต่งและ วิกฤตสำคัญ 4 ประการ

"นพ.เกษม วัฒนชัย" องคมนตรี บรรยายพิเศษ เผยแนวโน้มในอนาคตที่มนุษย์ต้องเผชิญยุคแห่งความสุดโต่งและ วิกฤตสำคัญ 4 ประการ

อีกมิติประวัติศาสตร์การศึกษาระหว่างไทย-จีน นับเป็นการขยายความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับมหาวิทยาลัยปักกิ่ง จัดเปิดการเปิดการศึกษาหลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย-จีน (วทจ.) รุ่นที่ 2

หลักสูตรนี้จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจและเข้าถึงการพัฒนาของประเทศจีน รู้ถึงอดีตปัจจุบัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ความมั่นคง สร้างความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในประเด็นความสัมพันธ์ไทย-จีน ถือเป็นการตอบโจทย์ผู้นำยุคใหม่ยุคใหม่ที่ต้องการเข้าใจเรื่อยงจีนให้เข้าถึงแก่นการพัฒนาศักยภาพของจีน เป็นหลักสูตรระยะเวลาศึกษา 6 เดือน

นอกเหนือจากความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ที่กลมเกลียวเหนียวแน่นมานาน การเกิดหลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย-จีน รุ่น 2 ของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตยศเส ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหลักสูตรช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งถือเป็นประเทศมหาอำนาจที่ทั่วโลกจับตามองอย่างมาก

ในโอกาสนี้ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “คุณธรรมของผู้นำธุรกิจในวัฒนธรรมไทย-จีน”

นพ.วัฒนชัย เริ่มต้นบรรยายย้อนอดีตว่า เมื่อ 200 ปี เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครอบครัวและชุมชนถูกแทนที่ด้วยรัฐชาติและการตลาด เกิดการล่าอาณานิคมและเกิดสงครามโลก 2 ครั้ง ถัดมาเมื่อช่วง 50 ปีมานี้ มีการประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ เกิดเทคโนโลยีดิจิตอล และเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวหน้าอีกมากมาย เทคโนโลยีและนวัตกรรมเหล่านี้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในการผลิตกการค้า และเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและการดำเนินชีวิตของมนุษย์

ในศตวรรษที่ 20-21 เราจะพบกับหลายเรื่องที่มนุษย์ต้องเผชิญทั้งธรรมชาติใหม่ เนื่องจากสังคมเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นั่นเราจะรับมืออย่างไร เช่นเดียวกับเรื่องบริบทข้ามพรมแดน ทุกวันนี้เปลี่ยนหมดแล้วสามารถเชื่อมโยงพรมแดนเข้าด้วยกันอย่างสะดวกรวดเร็ว ทั้งนี้ยังมีเรื่องปัจเจก รัฐชาติ ข้ามชาติ และเรื่องของสังคมเสมือนจริงกับสังคมจริง ดังนั้นธรรมชาติใหม่ขึ้นอยู่กับประเทศที่จะเลือกใช้เทคโนโลยี

องคมนตรี เผยถึงสิ่งที่มนุษย์ต้องพบต้องเผชิญอีกว่า นอกจากนี้มนุษย์ยังต้องเผชิญกับ"ยุคแห่งความสุดโต่ง" ประกอบด้วย

1.สุดโต่งด้านปรากฏการณ์ธรรมชาติ สุดโต่งด้านสิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศ 2.สุดโต่งด้านการเมือง สุดโต่งด้านสังคม 3.สุดโต่งด้านเศรษฐกิจ และ4.สุดโต่งด้านการรักษาพยาบาล

เช่นเดียวกับอีกร้อยปีหลังจากนี้ที่ทั่วโลกต้องเผชิญ และประสบกับปัญหาที่ทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อม โดยในอีก “ร้อยปีแห่งวิกฤต” จะเกิดปัญหาสำคัญกว่า 4 เรื่อง ประกอบด้วย

1.วิกฤตคนล้นโลก ที่อนาคตทั่วโลกต้องเผชิญ ที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอคนจน ไม่มีอาหารกิน การเพาะปลูกต้องขยายพื้นที่ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังมี 2.วิกฤตภาวะโลกร้อน 3.วิกฤตพลังงาน และ4.วิกฤตการขาดแคลนน้ำจืด จนไปสู่วิกฤตอาหาร ถือว่าน่าเป็นห่วงทั้งหมด

นพ.เกษม ยังเล่าด้วยว่า ในโลกอนาคตเรื่องทักษะคอมพิวเตอร์ การใช้เทคโนโลยีจากคอมพิวเตอร์ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก รวมถึงการใช้แอพพลิเคชั่น และฐานข้อมูล(DATA)ที่สำคัญในการทำงาน ที่สำคัญทุกธุรกิจต้องลงทุนในระบบฐานข้อมูลให้ได้เหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศจีนหลายแห่ง เช่น อาลีบาบา ฯลฯ เพื่อจะได้รับรู้การดำเนินการในการประกอบธุรกิจ ทั้งการส่งสินค้า เงินที่เข้า-ออก ฐานข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์อย่างมาก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เวลา อีกทั้งการคำนวณจัดการต่างๆยังมีความแม่นยำสูงอีกด้วย

“ทุกอย่างในโลกอนาคตจะใช้ระบบ AI ใส่เข้าไปทั้งหมด หลายแห่งทั่วโลกมีตัวอย่างการนำระบบ AI เข้ามาปรับใช้แล้ว เช่น ตู้เย็นสามารถรู้ว่าปลาที่แช่อยู่จะเช่าแล้วภายในกี่วัน หรือในห้องเพียงพูดว่าเปิดไฟระบบก็สามารถทำงานได้ ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีดิสรัปชั่นอย่างมาก” องคมนตรี บอกถึงเทคโนโลยีอนาคต

นพ.เกษม ระบุถึงเรื่องทุนนิยมอย่างน่าสนใจพร้อมยกตัวอย่างว่า สำหรับทุนนิยมมีการแบ่งไว้ 2 แบบคือ 1.ทุนนิยมคุณธรรม ถือเป็นรูปแบบการดำเนินการภายใต้การได้กำไรภายใต้กฎหมาย ศีลธรรม รักษาบ้านเมือง รักผู้คน และสิ่งแวดล้อม หรือที่นักเศรษฐศาสตร์เข้าใจตรงกันว่า ทุนนิยม "ผึ้ง" และ 2.ทุนนิยมสามานย์ คือการดำเนินการที่เน้นได้กำไรสูงสุด โดยทำผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม ไม่สนใจสิ่งใด ทำลาย ทำร้ายบ้านเมือง นักเศรษฐศาสตร์ยกว่าเป็น ทุนนิยม "ตั๊กแตน"

ดังนั้นไม่ว่าการประกอบธุรกิจใด ควรดำเนินทางสายกลาง เน้นปรัชญาเศรษฐกิจความพอเพียง เข้าใจเรื่องการตัดสินใจ ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต และต้องไม่คดไม่โกง อีกทั้งสังคมในการทำงาน ต้องเข้าใจเรียนรู้มีวัฒนธรรม คนในองค์กรมีความรู้ มีสุขภาพดี เป็นต้น

ทั้งหมดเชื่อว่าหากความเข้มแข็งนี้มีในองค์กรถือเป็นพื้นฐานความมั่นคง เนื่องจากจะทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ว่าจะทางบวกและลบ ซึ่งการรับมือกับเรื่องในอนาคต บางครั้งเราอาจได้รับผลกระทบ แต่ก็อาจไม่มากหากเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเรื่องเหล่านี้ถือว่าสำคัญ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท