
ชงแก้กฎหมายให้เอกชนช่วยตำรวจล็อคล้อ-ยกรถพวกจอดมักง่าย
เสนอแก้กฎหมายให้เอกชนสามารถล็อคล้อ-ยกรถรถที่จอดผิดกฎจราจรได้ โดยไม่ต้องเป็นหน้าที่ตำรวจ เพื่อจัดระเบียบผู้กระทำผิด
เสนอแก้กฎหมายให้เอกชนสามารถล็อคล้อ-ยกรถรถที่จอดผิดกฎจราจรได้ โดยไม่ต้องเป็นหน้าที่ตำรวจ เพื่อจัดระเบียบผู้กระทำผิด
นายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนแม่บทการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแนวระเบียงเส้นทางที่มีปัญหาการจราจรรถติดหนักรวม 9 เส้นทาง ขณะนี้ได้แผนมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้น 5 ปีแล้ว เริ่มจากการแก้ปัญหาเส้นทางวิกฤตที่ส่งผลให้สายทางอื่นมีปัญหาไปด้วย อย่าง ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีจุดตัดและแยกมากถึง 28 แห่งปัจจุบันทำไปได้เพียง 18 แห่ง และยังเหลืออยู่ 10 แห่งขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง 3 แห่ง
ดังนั้นจึงมีแผนลงทุนก่อสร้างสะพานข้ามแยกหรือก่อสร้างอุโมงค์ข้ามแยก เพื่อไม่ให้มีไฟสัญญาณจราจร อาทิ จุดตัดทางแยกเทียนร่วมมิตร, จุดตัดพระราม 9, จุดตัดเพชรบุรี และจุดตัดอโศก ที่ผ่านมาได้เสนอโครงการไปแล้วแต่โดนชาวบ้านต่อต้าน ต้องรีบหาข้อสรุปร่วมกัน หากสร้างได้ต้องเดินหน้าของบประมาณทันที เพราะเป็นเรื่องที่ควรแก้ไขมานานแล้วและต้องจบภายใน 10 ปีนับจากนี้
ทั้งนี้คาดว่า ภายในเดือนก.พ.นี้ จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาจราจรและขนส่งระยะเร่งด่วนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรับทราบ ขณะเดียวกันเสนอคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ให้บรรจุแผน เพื่อมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติต่อไป
นายชยธรรม์กล่าวอีกว่า ด้านแผนแก้รถติดตามแนวเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้านั้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เสนอให้มีการแก้กฎหมายจราจรเพื่อเปิดช่องให้เอกชนสามารถดำเนินการล็อคล้อและยกรถผู้ที่กระทำผิดกฎหมายจราจรได้ทันทีสำหรับผู้ที่ชอบจอดรถกีดขวางจราจร โดยไม่ต้องให้เป็นหน้าที่ของตำรวจอีกต่อไป เช่นเดียวกับในต่างประเทศส่วนค่าใช้จ่ายเจ้าของรถต้องเป็นคนจ่าย เพื่อจัดระเบียบผู้ที่กระทำผิดกฎจราจรด้วย
ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการในแนวก้างปลาถนนที่เหล่านี้มีรถไฟฟ้าใกล้เคียงแล้วหารถชัตเติ้ลบัสรับส่งผู้โดยสารไปใช้สถานีรถไฟฟ้าเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน ตอนนี้ได้จัดรถเมล์ขึ้นทางด่วนช่วงเวลาเร่งด่วน เช่น สาย 145 อู่แพรกษาบ่อดิน-หมอชิต 2 และ สาย 168 ตลาดมีนบุรี-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำให้ประหยัดเวลาเดินทาง
นอกจากนี้ต้องทำควบคู่กับบริหารจัดการถนนที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเดินทางได้ต่อเนื่อง ลดปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลบนถนนลง เน้นให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะหรือรถไฟฟ้ามากขึ้น โดยคำนึงถึงความสะดวกเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า เน้นสร้างจุดจอดแล้วจรที่มีประสิทธิภาพอยู่รอบนอกเมืองมากขึ้น เช่น สถานีลาดกระบัง สถานีทับช้าง การเคหะสมุทรปราการ และย่านสถานีสำโรง ที่มีการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่เป็นจุดตัดกับสายสีเขียว เพื่อลดการขับรถเข้ามาในพื้นที่เมือง รวมทั้งสร้างถนน และสร้างสกายวอร์กเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าให้เข้าใช้ได้สะดวก
อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้เป็นมาตรการที่สามารถทำได้ทันที ตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องรอให้เปิดใช้รถไฟฟ้าครบ 10 สาย
รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าสำหรับแผนลงทุนจุดตัดบนถนนรัชดาภิเษกนั้นคาดว่าจะมีการลงทุนราว 5,000-10,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยแห่งละ 500-1,000 ล้านบาท และอาจแพงขึ้นหากมีปัญหาเรื่องการเวนคืนพื้นที่







