posttoday
คุก6เดือนบริษัทรับผลิตเซรั่มรักแร้ขาวเครือเมจิกสกิน

คุก6เดือนบริษัทรับผลิตเซรั่มรักแร้ขาวเครือเมจิกสกิน

24 มกราคม 2562

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 6 เดือน บริษัทรับจ้างผลิตเซรั่มรักเเร้ขาวสำนวนเเรกเครือเมจิกสกิน ปรับ 7.5หมื่น หลังอัยการฟ้องเเล้ว

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 6 เดือน บริษัทรับจ้างผลิตเซรั่มรักเเร้ขาวสำนวนเเรกเครือเมจิกสกิน ปรับ 7.5หมื่น หลังอัยการฟ้องเเล้ว

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายประยุทธ เพชรคุณรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงความคืบหน้า ถึงการสั่งคดีสำนวนกลุ่ม บจก.เมจิกสกิน ภายหลังจากที่มีการยื่นฟ้องสำนวนเเรกไปเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.61  ว่าเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ได้ยื่นฟ้อง บจก.เมจิกสกิน นายกร และ นางวรรณภา (สามีภรรยา) เป็นจำเลยที่ 1-3 ต่อศาลอาญาเป็หมายเลขคดีที่ 42/2562ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายเเก่ผู้อื่นหรือประชาชน,ร่วมกันผลิตเพื่อขาย รับจ้างผลิตขาย เเละขาย เครื่องสำอางปลอม (เครื่องสำอางที่ใช้ฉลากเเจ้งชื่อผู้ผลิตหรือเเหล่งผลิตที่มิใช่ความจริงเเละเครื่องสำอางที่เเสดงว่าเป็นเครื่องสำอางที่จดเเจ้งไว้ซึ่งมิใช่ความจริง)โดยไม่ได้รับการยกเว้นใดๆอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย (เซรั่มทารักเเร้ตราตรีชฎา)

ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธโดยจำเลยทั้ง3ได้รับการประกันตัว เเละมีข้อมูลว่าศาลนัดคู่ความไกล่เกลี่ยในวันที่ 24 ม.ค.(วันนี้) ส่วนผลการไกล่เกลี่ยเป็นอย่างไรยังไม่มีรายงานเข้ามา

ส่วนอีกสำนวนเป็นคดีที่พนักงานสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ยื่นฟ้อง บจก.เมจิกสกิน นายกร และ นางวรรณภา เป็นจำเลย1-3 ในคดี อ.43/2562 ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 8 ม.ค.เช่นเดียวกัน(เกี่ยวกับสินค้าเซรั่มยี่ห้อ Mezzo ,สบู่ Mezzo ,อาหารเสริมคลีโอ,เเละอาหารเสริมชิโนบิ ) ในความผิดฐาน ร่วมกันผลิตเพื่อขาย เครื่องสำอางปลอม,เป็นผู้ร่วมกันผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางจัดให้มีฉลากเเละเเสดงฉลากของเครื่องสำอางไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เเละร่วมกันผลิตเครื่องสำอางไม่ตรงตามที่ได้จดเเจ้งเอาไว้อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย,ร่วมกันขายเครื่องสำอางปลอมเเละเครื่องสำอางที่เเสดงฉลากของเครื่องสำอางไม่ถูกต้องอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย, ร่วมกันผลิดเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควบคุมฉลากโดยเเสดงฉลากไม่ถูกต้องเเละร่วมกันผลิตอาหารปลอม อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จประการที่น่าจะเกิดความเสียหายเเก่ผู้อื่นหรือประชาชนเเละร่วมกันโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ เเละสรรพคุณอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

ในส่วนของที่มีการกล่าวหา นายพีร์นิธิ , นายกสิทธิ์ (หญิงย้วยเน็ตไอดอลผู้โฆษณาขายสินค้าออนไลน์) และนายไมยสิทธิ์ ทางพนักงานอัยการเศรษฐกิจฯ 1 ก็ได้นำตัวมายื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมาเเล้วเช่นกัน

เเละในวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมายังมีคดีหมายเลขดำ อ.44/2562ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ยื่นฟ้อง น.ส.ตรีชฎา ในความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , หลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนฯ หรือข้อมูลอันเป็นเท็จฯ ซึ่งการฟ้องดังกล่าวเป็นมูลเดียวกับที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ได้ยื่นฟ้องไปเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.61 เเต่เนื่องจาก บริษัท ฮานิวโคเรีย จำกัด และ น.ส.ปาจรีย์ ที่โดนฟ้องในสำนวนเดียวกันได้กลับคำให้การรับสารภาพศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาในส่วนของจำเลยที่รับสารภาพ ทางพนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 จึงได้ยื่นฟ้องเฉพาะ น.ส.ตรีชฎาใหม่ในวันที่ 8 ม.ค.ด้วย

นายประยุทธ กล่าวว่านอกจากคดีที่อยู่พนักงานสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ที่ได้ยื่นฟ้องไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมาเเล้ว ในวันนี้ยังมีคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 ได้นัดฟังคำสั่งในคดีที่ เลขรับอัยการที่ 77/2561 ที่ น.ส.ณภัคศิกา กับพวกรวม216 คน กล่าวหา
น.ส.มธุรส , บริษัท เบอไนซ์ จำกัด(ตัวแทนจำหน่าย Slim Milk Snow Milk) โดย น.ส.มธุรส , นางวรรณภา หัวหน้าทีม , บจก.เมจิกสกิน , ว่าที่ ร.ต.ปวีร์และบริษัท เนเจอร์ นิวทริ จำกัด เป็นผู้ต้องหาที่ 1-6 ในข้อหาร่วมกันผลิตหรือจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการเเสดงฉลากไม่ถูกต้อง , ร่วมกันผลิตหรือจำหน่ายอาหารที่เเสดงฉลากเพื่อลวงผู้บริโภคซึ่งจัดเป็นอาหารปลอม,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำข้อมูลปลอมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสำนวนที่นัดฟังคำสั่งในวันนี้ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากรได้ตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาสำนวนซึ่งขณะนี้ยังพิจารณาสำนวนยังไม่เเล้วเสร็จจึงให้เลื่อนนัดฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 28 ก.พ.62เวลา 9.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ บริษัท ฮานิวโคเรีย จำกัด และ น.ส.ปาจรีย์ ผู้บริหารบริษัทฮานิวฯที่ได้รับสารภาพ อัยการได้เเยกฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.3691/2561 ฐานร่วมกันจ้างผลิตเครื่องสำอางไม่จดแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางตามที่จดแจ้ง, ผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ฉลากมีข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง , รับจ้างผลิตเครื่องสำอางปลอม ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558

เเละมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.61 เป็นหมายเลขคดีเเดง อ.3781/2561 ให้ปรับบริษัท ฮานิวโคเรีย จำกัด เป็นเงิน75,000บาท เเละจำคุก น.ส.ปาจรีย์ เป็นเวลา6เดือนเเละโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้2 ปี ส่วนคดี ของน.ส.ตรีชฎา หลังจากสอบคำให้การเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมาศาลนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 11 มี.ค.เวลา 13.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับสำนวนที่อัยการได้ยื่นฟ้อง นายกสิทธิ์(หญิงย้วยเน็ตไอดอลผู้โฆษณาขายสินค้าออนไลน์) กับพวกรวม 3คนฐานร่วมกันฉ้อโกงเเละร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์2550 มาตรา 3,14(1) เเละ ความผิดตาม พ.ร.บ.อาหารฯ มาตรา 4,5,41เเละ47 เเละประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 เเละ 343

ศาลประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.152/2562 โดยศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 11 มี.ค.เวลา 9.00 น.โดยพฤติการณ์ที่กล่าวหาจำเลยทั้ง 3 ระบุว่าระหว่างเดือน มิ.ย.60-ก.พ.61 จำเลยกับพวกซึ่งมีเจตนาทุจริตร่วมกันฉ้อโกงด้วยการเเสดงข้อความอันเป็นเท็จเเละร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เผยแพร่เกี่นวกับผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายจนมีผู้เสียหายหลงเชื่อจากการโฆษณาทำให้พวกจำเลยได้รับเงินของผู้เสียเสียหายโดยทุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง บ.เมจิกสกินฯกับนายกร เเละ นางวรรณภา 2 สำนวนในคดีหมายเลขดำ อ.42,43/2562นั้น วันนี้ศาลอาญาก็ได้นัดคู่ความเพื่อสอบถามตามมาตรการณ์คุ้มครองสิทธิ ซึ่งปรากฎว่าจำเลยสองสามีภรรยาที่ได้รับประกันตัววงเงินคนละ 2ล้านบาทยืนยันให้การปฏิเสธคดีจึงเข้าสู่การพิจารณา เเละให้นัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 มี.ค.

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท