posttoday
ปรับเครดิตกระตุกเศรษฐกิจฟื้นไข้

ปรับเครดิตกระตุกเศรษฐกิจฟื้นไข้

01 พฤศจิกายน 2553

การปรับขึ้นอันดับเครดิตประเทศไทยของสถาบันจัดอันดับ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ถือเป็นยาโด๊ปเศรษฐกิจไทยให้ตื่นจากภาวะช็อก

การปรับขึ้นอันดับเครดิตประเทศไทยของสถาบันจัดอันดับ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ถือเป็นยาโด๊ปเศรษฐกิจไทยให้ตื่นจากภาวะช็อก

โดย...ทีมข่าวการเงิน

ปรับเครดิตกระตุกเศรษฐกิจฟื้นไข้

การปรับขึ้นอันดับเครดิตประเทศไทยของสถาบันจัดอันดับ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ถือเป็นยาโด๊ปเศรษฐกิจไทยให้ตื่นจากภาวะช็อก หลังจากสะบักสะบอมจากพิษค่าเงินบาทแข็งและน้ำท่วมรุนแรงในรอบครึ่งศตวรรษ

ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเหมือนเรือเจอมรสุมกลางมหาสมุทร เจอคลื่นค่าเงินบาทแข็งซัดกระแทกระลอกแล้วระลอกเล่า พอคลื่นลมค่าเงินบาททำท่าจะสงบให้ได้พักเหนื่อย เศรษฐกิจก็มาเจอภัยธรรมชาติน้ำท่วมรุนแรงเล่นงานระลอกใหม่

สำหรับการปรับขึ้นเครดิตของประเทศครั้งนี้ ถึงแม้ยังไม่ได้ปรับเครดิตของประเทศประเภทตราสารหนี้สกุลเงินบาท ที่ยังคงไว้ที่ Baa1 แต่ได้มีการปรับมุมมองจาก “ระดับที่เป็นลบ” เป็น “ระดับที่มีเสถียรภาพ” หรือพูดได้ว่าเป็นระดับที่มีความมั่นคงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกปรับลดเกรดไปอยู่ในระดับที่ไม่น่าลงทุนเหมือนที่ผ่านมา

แต่การปรับเล็กๆ ที่มาถูกที่ถูกเวลา ก็ทำให้เป็นเรื่องที่มีพลังบวกให้กับเศรษฐกิจไทยที่กำลังมึนกับค่าเงินและสำลักน้ำที่ยังท่วมขังอยู่ทั้งประเทศได้อย่างไม่น้อย

โดยการปรับเครดิตประเทศครั้งนี้ มูดี้ส์ให้เหตุผลยกย่องการทำงานของรัฐบาลที่สามารถบริหารเศรษฐกิจที่ย่ำแย่กลับมาเข้มแข็ง และที่สำคัญสามารถพาประเทศผ่านวิกฤตเศรษฐกิจโลกและการเมืองภายในประเทศที่ลุกเป็นไฟได้

นอกจากนี้ มูดี้ส์ยังมองว่าฐานะการเงินของประเทศมีความมั่นคง แม้ว่าที่ผ่านมาจะใช้เงินจำนวนมากกระตุ้นเศรษฐกิจให้พ้นจากวิกฤต ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการกู้เงิน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเหตุผลที่มูดี้ส์กังวลและปรับลดเครดิตของไทยในปี 2551

ดังนั้น มูดี้ส์จึงมองว่าผลงานที่ดีเยี่ยมในการบริหารเศรษฐกิจ สามารถชดเชยความเสียหายและความไม่แน่นอนที่มาจากการเมืองได้ ถือว่าช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลทำได้ดี มากกว่าที่เสีย ผลจึงออกมาได้กำไรติดไม้ติดมือเป็นรางวัล

จากเหตุผลของมูดี้ส์ นอกจากเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนในเศรษฐกิจไทยแล้ว ในอีกด้านหนึ่งยังเป็นยันต์การันตีว่า รัฐบาลมีฝีมือการบริหารเศรษฐกิจให้กับประชาชน นักลงทุนได้มั่นใจไม่มีข้อกังขาว่า ผลงานนี้ไม่ได้มาด้วยโชคช่วยหรือแบบฟลุกๆ

การที่เศรษฐกิจขยายตัวได้ในปีแรกถึง 10.6% ต่อปี จึงเป็นของจริงทำจริง ไม่ได้เป็นการปั่นตัวเลขเพื่อหลอกนักลงทุนขนเงินเข้ามาในประเทศ หรือหมกเม็ดประชาชนเพื่อตีปี๊บหาคะแนนเสียงทางการเมือง
นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงว่าเศรษฐกิจทั้งปีน่าจะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 77.5% ต่อปี ที่รัฐบาลพยายามโหมโรงให้ทุกคนมั่นใจเช้าเย็น เป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินเอื้อม แม้ว่าค่าเงินบาทแข็ง และผลกระทบน้ำท่วมจะทำให้จีดีพีหดหายไปบ้าง แต่ก็ไม่มากเพียง 0.3% ต่อปี เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจดี รับแรงกระแทกที่หนักผ่อนเป็นเบาได้

การปรับเครดิตไทยของมูดี้ส์ยังเป็นผลดีในแง่จิตวิทยาให้กับสถาบันจัดอันดับประเทศอื่นๆ ต้องคิดหนัก กับการคงเครดิตของไทยในระดับเดิมที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

อย่างน้อยคิวต่อไป ในการปรับเครดิตของสถาบันจัดอันดับสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือเอสแอนด์พี ที่เพิ่งมาฟังการชี้แจงตัวเลขเศรษฐกิจไทย จากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คงยากที่จะคงอันดับเครดิตของไทยไว้ที่เดิมอย่างแน่นอน

เพราะเหตุผลแรก ตัวเลขเศรษฐกิจที่เอสแอนด์พีได้รับจากหน่วยงานต่างๆ เป็นปัจจุบันและมีแนวโน้มที่ดีมากกว่าที่ทางมูดี้ส์ได้รับไปก่อนหน้านี้อยู่มาก อีกทั้งแนวโน้มข้างหน้าก็มีความชัดเจนกว่าที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การชี้แจงข้อมูลทางเศรษฐกิจของกระทรวงการคลัง ยังเดินเกมรุกเต็มสูบ จากที่เคยชี้แจงแบบว่าถามมาตอบไป เปลี่ยนเป็นการระดมข้อมูลใส่สถาบันจัดอันดับแบบไม่ให้ตั้งตัว โดยมีการเปรียบเทียบข้อมูลให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยตอนนี้ตัวเลขทุกตัวดีกว่าตอนถูกปรับเครดิตประเทศลงมาเมื่อ 2 ปีก่อน

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเปรียบเทียบเศรษฐกิจไทยกับประเทศที่ได้เครดิตดีกว่าไทย แต่พื้นฐานเศรษฐกิจสู้ไทยไม่ได้ เพื่อเป็นการกดดันให้สถาบันการจัดอันดับปรับเครดิตของไทยให้เพิ่มขึ้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่เอสแอนด์พีต้องคิดหนัก เพราะนอกจากปรับมุมมองในระดับที่เป็นลบ ที่มีการปรับลดลงตั้งแต่ปลายปี 2551 ให้กลับขึ้นมาเป็นระดับที่มีเสถียรภาพอย่างเดียวคงไม่พอ

แต่ยังต้องคิดข้ามไปถึงการปรับเครดิตของประเทศไทย ที่อยู่ที่ระดับ BBB+ ขึ้นไปอยู่ในระดับ A ได้แล้ว ซึ่งเป็นเครดิตของประเทศที่น่าลงทุนอันดับต้นๆ

ซึ่งหากเป็นไปตามแผนฝันของกระทรวงการคลัง การปรับเครดิตของเอสแอนด์พีจะเป็นแรงสะท้อนกลับไปที่มูดี้ส์อีกครั้ง ให้ปรับเครดิตประเทศไทยขึ้นตาม เพื่อไม่ให้นักลงทุนที่เป็นลูกค้าของมูดี้ส์ตกขบวนรถไฟขบวนสุดท้ายที่จะเข้ามาลงทุนในไทย

ซึ่งแน่นอนว่าการที่เครดิตของประเทศดีขึ้น ก็จะเป็นเสาค้ำให้เศรษฐกิจไทยที่เริ่มแข็งแรง ให้แข็งแกร่งมากขึ้น สามารถทนทานผลกระทบพายุคลื่นลมได้อย่างไม่ต้องกลัวล้มลุกคลุกคลาน

แม้การเมืองไทย ค่าเงินบาท ยังเป็นจุดอ่อนเศรษฐกิจไทย แต่ที่ผ่านมานักลงทุนก็ไม่ได้สะทกสะท้าน ขนเงินลงทุนทั้งตลาดหุ้นไทย จะแตะระดับ 1,000 จุด เป็นการทดสอบก่อนที่จะวิ่งผ่านไปอนาคต
ซึ่งการที่เครดิตของประเทศเริ่มเรียงแถวมีการปรับขึ้นเรื่อยๆ ก็คือหุ้นจะยืนผ่านพ้น 1,000 จุด เป็นเรื่องที่อยู่ไม่ไกล อยู่ที่ใครจะชิงความได้เปรียบสร้างกำไรได้สูงสุดเท่านั้น

ส่วนหนึ่ง เพราะนักลงทุนเริ่มมั่นใจว่า การเมือง กับเศรษฐกิจของไทยมีการแยกส่วน ไม่ได้เกี่ยวติดกันจนแยกไม่ออก เพราะที่ผ่านมา 23 ปี การเมืองไทยรุนแรงเกิดสงครามการเมืองหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้กระทบการลงทุน ทั้งการลงทุนโดยตรง หรือการลงทุนให้หนีทิ้งตีจากไปแต่อย่างไร จะมีแค่อาการหยุดรอให้แน่ใจเพื่อกลับมาลงทุนใหม่เท่านั้น

ขณะที่เงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดการเงินก็ไม่น้อยหน้า เพราะนอกจากพื้นฐานเศรษฐกิจ ผลตอบแทนสูง ยังได้กำไรอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการยกเลิกการเว้นเก็บภาษีดอกเบี้ยที่ได้รับจากพันธบัตรรัฐบาล เพื่อเป็นการลดความร้อนแรง

ส่วนค่าเงินบาทที่แข็ง ก็ไม่ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนได้มากนัก เพราะการส่งออกของไทยก็ยังขยายตัวได้ดี ทำลายประวัติศาสตร์ไม่เว้นเดือน จะมีก็แต่ผู้ประกอบการส่งออกรายเล็กเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาช่วยเฉพาะจุดผ่อนหนักให้เป็นเบา เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวแล่นผ่านวิกฤตค่าเงินบาทไปได้

สำหรับผลกระทบของน้ำท่วม ในแง่ของความเสียหายเศรษฐกิจโดยรวมมีไม่มาก จึงไม่ส่งผลกระทบกับการปรับเครดิตของไทยที่จะขึ้นในอนาคต จะมีปัญหาที่รุนแรงก็เป็นความเสียหายด้านสังคม ที่ประชาชนต้องสูญเสียทรัพย์สิน พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ซึ่งรัฐบาลก็ได้ตั้งทีมเฉพาะกิจแก้ปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

นอกจากนี้ น้ำท่วมยังต้องถือเป็นวิกฤตที่สร้างโอกาสให้กับรัฐบาล ที่จะฉีดเม็ดเงินจำนวนมากเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทั้งเงินช่วยเหลือความเดือดร้อนที่ได้รับในระดับรากหญ้าแล้ว ยังมีเม็ดเงินอีกจำนวนมากที่จะถูกส่งลงไปพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งถนนหนทาง ระบบชลประทาน ซึ่งจะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว

เศรษฐกิจไทยช่วงนี้จึงต้องยกความดีความชอบให้กับสถาบันจัดอันดับเครดิต ที่เริ่มทยอยปรับเครดิตประเทศให้สูงขึ้น ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยต้องการตัวช่วยเบรกเกมเรื่องร้ายที่ถาโถมเข้ามาได้อย่างพอดิบพอดี ส่งผลให้นักลงทุนมั่นใจลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง

และยิ่งเป็นสถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลก ทำให้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือทั้งในและต่างประเทศ พูดครั้งเดียวคนฟังทั้งเมือง ดีกว่าให้คนไทยพูด ที่ส่วนใหญ่พูดเรื่องเดียวกันเช้าเย็นนักลงทุนก็ยังไม่ค่อยอยากเชื่อ
ส่งผลให้การปรับเครดิตประเทศในจังหวะนี้เป็นโชคช่วยที่ได้มาด้วยฝีมือ ที่มาช่วยกระตุกเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นจากอาการมึนงง เมาหมัด ไม่รู้จะเดินไปทางไหน มีกำลัง ได้พักหายใจ พักเหนื่อย ลุยเดินหน้าขยายตัวต่อไปอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท