
ร้ายแรงกว่าโรคห่า
นํ้าท่วมยังระทมทุกข์ทั่วประเทศ ความเสียหายยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อหลังน้ำลด
นํ้าท่วมยังระทมทุกข์ทั่วประเทศ ความเสียหายยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อหลังน้ำลด
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
นํ้าท่วมยังระทมทุกข์ทั่วประเทศ ความเสียหายยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อหลังน้ำลด
บ้านเรือนเสียหาย พืชสวนไร่นา ล้วนแต่หายไปกับสายน้ำ
ไม่เพียงแต่ปัญหาด้านเศรษฐกิจเท่านั้น น้ำท่วมจะทำให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมาอีกมากมาย
และหลังน้ำลด โปรดระวังโรคร้าย ยิ่งกว่าโรคห่า มันจะมายิ่งกว่ามหกรรมตอผุด
ไม่ใช่โรคฉี่หนู ไม่ใช่น้ำกัดเท้า มือเปื่อย แต่เป็นนิ้วเขมือบออกมาอาละวาดเสียมากกว่า
นิ้วเขมือบมันจะมาพร้อมๆ กับการตั้งงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมนั่นแหละ
น้ำมา เงินมา มันก็เข้าล็อก
ตัวเลขวงเงินที่บรรดากระทรวงต่างๆ ฉายหนังตัวอย่างออกมา แต่ละแห่งเป็นหมื่นล้าน
อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอหมื่นล้าน แก้ปัญหาพืชผลการเกษตรเสียหาย กระทรวงคมนาคมก็เอาด้วย เฉียดหมื่นล้าน ราดยางถนนหนทางที่ประสบปัญหาน้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์ก็เอาด้วย พ่วงงบประมาณในมหกรรมน้ำท่วม ฯลฯ
ไม่ร่อยงานนี้จะร่อยงานไหน
พูดตามความจริง การตั้งบประมาณเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นสิ่งที่ถูกต้องและต้องทำ เพราะถ้ารัฐบาลไม่ช่วย ใครจะไปช่วยเหลือชาวบ้านเหล่านั้น
แต่ทว่างบประมาณน้ำท่วมมีสิ่งที่ต้องคิดและพิจารณาเอามากๆ
จะตั้งเท่าใด ถึงจะพอ ไม่เกินเลยไป ไม่เกิดรายการเผื่อ ตกๆ หล่นๆ ให้นิ้วเขมือบ
แล้วถ้าเกิดการโกง ใครจะต้องรับผิดชอบ
อย่าลืม นับตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาลนี้ กลิ่นที่โชยมาตลอดก็คือรายการเขมือบ ขนาดภาคเอกชนที่ไม่เคยลุก ไม่เคยโวย ยังระบุว่า ค่าหัวคิวในยุคมาร์คหล่อ ร้อยยี่สิบ ทะลุถึง 30% เป็นอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในมหกรรมกินงาบของเมืองไทย
พรรคการเมืองบางพรรคถึงประกาศความร่ำรวย มีเงินหลายหมื่นล้านเรียบร้อย
แล้วงบน้ำท่วมจะเหลือหรือ
สังเกตง่ายๆ พวกนี้เวลาพูดถึงชาวบ้านที่ทนทุกข์จะตาแดงเหมือนน้ำตาจะไหล แต่น้ำลายก็สอขึ้นมาทันตาเห็น
น้ำท่วม คือวิกฤตในโอกาส สำหรับขบวนการนิ้วเขมือบไม่มีผิด
คำอธิษฐานของชาวบ้านหลังน้ำท่วม นอกจากการเร่งให้ความช่วยเหลือมาเร็วๆ แล้ว ก็คงจะพ่วงประเด็นสำคัญอีกเรื่องเข้าไปด้วย
นั่นคือ...พวกเวรทั้งหลายหยุดโกงสักหนจะได้ไหม







