
ส่องนโยบายผู้ว่าฯกทม.ปี 62 เพิ่มพื้นที่สีเขียว-คืนทางเท้า
ผู้ว่าฯกทม. เร่งเดินหน้านโยบายปี 62 เพิ่มพื้นที่สีเขียว-คืนทางเท้า
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
เริ่มต้นปี 2562 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังมีหลายเรื่องที่ปัญหาทุกข์ร้อนของประชาชนที่ยังต้องเร่งแก้ไข รวมไปถึงติดตามการพัฒนาโครงการก่อสร้างและสาธารณูปโภคที่สำคัญ เพื่อทำให้มหานครแห่งนี้เติบโตก้าวหน้าในทุกมิติ
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า สิ่งที่จะต้องทำในปี 2562 คือ การต่อยอด โครงการต่างๆ ที่ได้เริ่มไปแล้วให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ อาทิ โครงการแต้มสีกรุงเทพฯ เป็นการขอความร่วมมือจากภาคเอกชนร่วมกันทาสีอาคารและสิ่งก่อสร้างให้มีสภาพสวยงามเหมือนใหม่ อนุรักษ์เชิงท่องเที่ยวโดยเฉพาะพื้นที่ย่านประวัติศาสตร์ ซึ่งยอมรับว่ายังทำไปได้ เพียง 50% เท่านั้น
เรื่องถัดมา คือ สร้างสถานีดับเพลิง ย่อย เพิ่มประสิทธิภาพการบรรเทาสาธารณภัย ให้เข้าถึงประชาชนตามชุมชนต่างๆ รวดเร็วยิ่งขึ้น หากเกิดเพลิงไหม้หรือเหตุฉุกเฉิน ขณะนี้ได้สถานที่จัดตั้งเป็นสถานีดับเพลิงย่อยเพิ่มเติมจำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย 1.สถานีดับเพลิงย่อยพหลโยธิน บริเวณซอยอารีย์ 2.สถานีดับเพลิงย่อยสวนหลวง ร.9 3.สถานีดับเพลิงย่อยบางบัว 4.สถานีดับเพลิงย่อยดอนเมือง บริเวณสำนักงานเขต และ 5.สถานีดับเพลิงย่อยบางบอน โดยสถานีดับเพลิงย่อยจะสร้างเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างใช้จอดรถ ดับเพลิงเล็ก ชั้นบนเป็นห้องปฏิบัติการและที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในปีนี้จะมุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นอีก เนื่องจากพบว่ามีพื้นที่ของ กทม.กว่า 4,000 ไร่ ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งมอบหมายให้แต่ละสำนักงานเขตสำรวจและสรุปกลับมาว่าจะปลูกต้นไม้เพิ่มบริเวณใดบ้าง ขณะเดียวกันจะประสานกับเอกชนที่ต้องการตอบแทนสังคมร่วมบริจาคอาคารสิ่งก่อสร้างหรือต้นไม้ให้ กทม.นำมาใช้ประโยชน์ เพื่อขจัดข้อครหา ด้านการใช้งบประมาณประจำปี
อีกเรื่อง คือ นโยบายลดจำนวนถุงพลาสติก ทาง กทม.ออกมาตรการยกเลิกใช้นมถุงพลาสติกจำนวนกว่า 3 แสนใบ แจกจ่ายตามโรงเรียนในสังกัด กทม.แล้ว และเปลี่ยนมาเป็นบรรจุกล่องกระดาษเพื่อลดปัญหาโลกร้อนในระยะยาว ดังนั้นยืนยันว่าเด็กนักเรียนทุกคนจะดื่มนมจากภาชนะที่ย่อยสลายง่ายแน่นอน ด้านความพยายามในการรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก ยังคงต้องทำต่อไปแม้ว่าจะต้องอาศัยระยะเวลานานเพื่อให้คนในสังคมไทยปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตหันมาใช้ถุงผ้า ละเลิกใช้ถุงพลาสติกให้ได้
ส่วนการแก้ปัญหาละเมิดสิทธิบนทางเท้า ยืนยันว่า ไม่ยินยอมให้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกลับเข้ามาตั้งแผงกีดขวางทางเท้าได้อีก และต้องไม่เกิดปัญหาต่อเนื่อง คือ เรื่องรถจักรยานยนต์ขึ้นมาขับขี่บนทางเท้าอีกด้วย โดยเพิ่มมาตรการตั้งโต๊ะจับปรับรวมกว่า 230 จุด ในแนวถนนสายหลัก กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจกวดขันรักษากฎหมาย พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 จับปรับขั้นต่ำ 1,000 บาท กับผู้ที่ ยังคงฝ่าฝืน
สำหรับมาตรการป้องกันน้ำท่วมขัง พล.ต.อ.อัศวิน ยืนยันว่า ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง เนื่องจากมีโครงการธนาคารน้ำใต้ดินและแก้มลิงเก็บน้ำตามศาสตร์พระราชา เพื่อพักน้ำยามฝนตกลงมาในบริเวณจุดที่มีน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง ส่วนโครงการแก้มลิงเก็บน้ำตามหลักพระราชา มีความสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 1.4 แสนล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ 4 แห่ง ได้แก่ บึงประชานิเวศน์ 1 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ บึงรางเข้ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล บึงรับน้ำนาคนิวาศ ถนนลาดพร้าว 71 บึงหมู่บ้านเฟรนชิพ เขตลาดพร้าว ส่วนบึงสวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ. 2562 เนื่องจากพื้นที่บึงมีขนาดใหญ่ใช้เวลาก่อสร้างนาน
พร้อมกันนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างไปป์แจ็กกิ้ง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณถนนทรงสวัสดิ์ ถนนเยาวราช และถนนเจริญกรุง ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้เป็น 1 ใน 10 โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ด้วยวิธีการดันท่อลอดหรือไปป์แจ็กกิ้ง มีความยาวประมาณ 560 เมตร กำหนดให้ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน เม.ย. 2562 โดยระบบจะรับน้ำตั้งแต่บริเวณหัวมุมถนนเจริญกรุง ส่งต่อไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา
"ยอมรับว่าอาจมีบางพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังบ้าง เนื่องจากมีการถมที่ดินสูงกว่าถนน เมื่อฝนตกลงมาน้ำจึงไหลลงสู่ถนน แล้วกลายเป็นคลองโดยธรรมชาติ ฉะนั้นพวกท่อระบายน้ำที่มีตะแกรงฝาท่อต้องคอยเก็บกวาดขยะไม่ให้ไป อุดตันปิดฝาท่อ และสั่งการให้รถ ดับเพลิงฉีดน้ำแรงดันสูงทำความสะอาดตามท่อ ต่างๆ ถือเป็นการซักซ้อมใช้งานอุปกรณ์ดับเพลิงไปด้วย" พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว
นอกจากนี้ การแก้ปัญหาจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ทาง กทม.ติดตามเร่งรัดผู้รับเหมาก่อสร้างให้เสร็จตามกำหนดสัญญา เนื่องจากหลายแห่งทำงาน ได้ล่าช้า อีกทั้งขอขยายระยะเวลาก่อสร้างทำให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ดังนั้นต่อจากนี้หากไม่เสร็จตามสัญญา กทม.จะยกเลิกสัญญาทันทีและขึ้นบัญชีดำไม่จ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว ที่ผ่านมาได้ยกเลิกสัญญาไปแล้ว 6-7 บริษัท
ขณะเดียวกันได้ประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขีดสีตีเส้นแดงสำหรับรถฉุกเฉินบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับรถรับ-ส่งผู้ป่วยฉับไวมากขึ้น ส่วนการช่วยบรรเทารถติดในช่วงที่มีอยู่ระหว่างสร้างรถไฟฟ้า จะแก้ปัญหาโดยหารือร่วมกับตำรวจจราจรสำรวจถนนที่มีรถติดหนาแน่น อาจใช้วิธีตัดเกาะกลางถนนเพื่อทำเป็นจุดกลับรถเพิ่ม พร้อมกันนี้ได้กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจอำนวยความสะดวกด้านหน้าโรงเรียนในช่วงเวลาเร่งด่วน ดังนั้นนโยบายสำคัญที่จะทำในปี 2562 คือ การสานต่อภารกิจค้างคาให้เสร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมาย ที่วางไว้







