
สิงห์บุรีอ่วม!น้ำทะลักเข้าเมือง
ผู้ว่าฯจ.สิงห์บุรี นำเจ้าหน้าที่เร่งอุดน้ำทะลักไหลเข้าเทศบาลเมืองแล้ว
ผู้ว่าฯจ.สิงห์บุรี นำเจ้าหน้าที่เร่งอุดน้ำทะลักไหลเข้าเทศบาลเมืองแล้ว
ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สิงห์บุรีจังหวัดชัยนาท เริ่มคลายวิตกกังวลเนื่องจากระดับน้ำเริ่มคงที่ต่อเนื่อง น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจากนครสวรรค์ ลดลงเหลือ 3,642 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำลดลง 10 เซนติเมตร ระดับน้ำในแม่น้ำสะแกกรังจังหวัดอุทัยธานีที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มปกติ อย่างไรก็ตามในภาคเหนือบริเวณลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่านยังมีฝนตกและสถานการณ์อุทกภัยยังไม่คลี่คลายในจังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลก ดังนั้น จะยังคงมีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ในระยะต่อไป
นายสงบ อรุณทอง ผู้อำนวยการส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา สำนักชลประทานที่ 12 กล่าวว่า การระบายน้ำช่วงนี้จะรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนไว้ไม่ให้สูงกว่านี้ ในขณะเดียวกันจะต้องลดปริมาณน้ำที่ไหลลงท้ายเขื่อนลงตามลำดับอย่างช้าๆ แต่หากมีปริมาณน้ำเหนือไหลลงมาสมทบอีก คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ จะพิจารณาแก้ไขปัญหาตามสถานการณ์ แต่คาดว่าระดับน้ำเหนือเขื่อนจะเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 สัปดาห์ หลังจากนั้นระดับน้ำท้ายเขื่อนจะลดลงอย่างช้าๆ ในพื้นที่ อำเภอเมือง อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ น้ำทั้งหมดจะไหลไปยังจังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยาต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อบต.บางกระบือ อ.เมือง จ. สิงห์บุรี ว่า ขณะนี้น้ำได้เข้าท่วมครบทุกพื้นที่ 8 หมู่บ้าน เกือบ 2000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ รวมทั้งพื้นที่นาข้าวด้วย ได้รับความเสียหายเกือบทั้งตำบล
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา น้ำได้ไหลทะลักได้ทั้งเข้าสู่ตัวเมือง โดยไหลเข้าทางด้านหน้าวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี และไหลทะลักเข้า สู่เขตเทศบาลเมืองสิงห์บุรี ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ระบบเศรษฐกิจได้รับเสียหายอย่างมาก
ทางด้านนายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมนายไสวรินทร์ ศรีชำนิ นายกเทศมนตรีเมืองสิงห์บุรี ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าอุดน้ำที่หน้าวัดพรหมสาคร ซึ่งน้ำล้นพนังเขื่อน ทะลักเข้าท่วมวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรีและบ้านของชาวบ้านในละแวกนั้น ถ้าอุดน้ำไม่อยู่จะไหลเข้าท่วมตลาดสิงห์บุรีและพื้นที่เศรษฐกิจแห่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดสิงห์บุรี
ส่วนที่ตำบลแม่ลา อ.บางระจัน น้ำเจ้าพระยาได้ไหลทะลักเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังใกล้เก็บเกี่ยวตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน หมู่ 1- 2- 3 -5 และหมู่ 8 ตำบลสิงห์ เสียหาย 7,200 ไร่ คิดเป็น 395 ครัวเรือน ประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในขณะนี้เดือดร้อนเรื่องที่พักอาศัย ต้องการน้ำดื่ม และห้องสุขาลอยน้ำ เบื้องต้นทางองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาได้จัดเต็นท์รองรับไว้บนถนนที่น้ำท่วมไม่ถึงเครื่องอุปโภคบริโภคทราย กระสอบใส่ทราย และประชาสัมพันธ์ให้ดูแลสุขภาพดูแลบุตรหลานไม่ให้ลงเล่นน้ำอาจจะจมน้ำเสียชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมนาข้าวครั้งนี้ทำให้ชาวนาในตำบลแม่ลาอำเภอบางระจันถึงกับหมดตัวไม่มีเงินลงทุนต่อบรรยากาศเต็มไปด้วยความเครียดอยู่ขณะนี้







