
นำเจบีซีไทย-กัมพูชาถกในรัฐสภาตามปกติ
ปชป.ยันรัฐบาลนำบันทึกเจบีซีไทย-เขมร เข้าที่ประชุมรัฐสภา 2 พ.ย.นี้เพื่อให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 190
ปชป.ยันรัฐบาลนำบันทึกเจบีซีไทย-เขมร เข้าที่ประชุมรัฐสภา 2 พ.ย.นี้เพื่อให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 190
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประชุมรัฐสภาจะพิจารณาบันทึกการประชุมของ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) จำนวน 3 ฉบับในวันอาคารที่ 2 พ.ย.นี้ว่า
การพิจารณาบันทุกการประชุมเจบีซี ไทย-กัมพูชา 3 ฉบับ เป็นกระบวนการที่จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ตามปกติ ไม่ได้เร่งนำวาระนี้เข้าสู่การพิจารณา หรือ มีในเรื่องของการปกปิดผลกระทบ หรือ ผลประโยชน์แลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลไทย และรัฐบาลกัมพูชา แต่อยู่บนพื้นฐานการรักษาอธิปไตยของประเทศ และแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งกรณีดินแดนพิพาทบริเวณชายแดน
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า กรณีที่กลุ่มการเมืองภาคประชาชนห่วงใยในการพิจารณาในเรื่องนี้ ขอให้เข้าใจถึงข้อแตกต่างในการดำเนินการของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มุ่งมั่นและตั้งใจ ที่จะให้กระบวนการในการดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาในฐานะผู้แทนของประเทศเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด ซึ่งมีความต่างกับปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดก่อน ที่มีการดำเนินการโดยไม่เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาจึง เป็นที่มาให้ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง วินิจฉัยว่าการดำเนินการของรัฐบาลในอดีตนั้นเป็นโมฆะ และเป็นที่มาของการต้องดำเนินคดีตามกฎหมายจนเกิดปัญหาให้รัฐบาลปัจจุบันต้องเข้ามาสะสางในวันนี้
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลได้หารือกับการเมืองภาคประชาชนนั้น ทางนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการตามข้อห่วงใย โดยเฉพาะการขยายการรับฟังความคิดของกลุ่มประชาชนภาคต่างๆ เพื่อจะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 190 วรรค 3 แห่งรัฐธรรมนูญ โดยมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนถึง 8 ครั้ง โดยหารืออย่างต่อเนื่องกับทุกองค์กร เพื่อให้กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาได้ประโยชน์จากการฟังความคิดเห็นนั้น ในกรณีที่เป็นผลประโยชน์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา และ แนวทางในการรักษาอธิปไตยของประเทศ







